แม่หลั่งน้ำตา รู้ข่าวลูกชาย ถูกฟัน นอนเสียชีวิตหน้าตู้เติมเงินมือถือ หลังประกาศขายบ้านพร้อมที่ดิน 2.5 ล้าน ไม่กล้าดูศพ ไม่คิดว่าจะมาตายแบบนี้

จากกรณี นายวัชรากร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี นอนเสียชีวิตอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง หมู่บ้านทางโค้ง ม.8 ต.หนองเชียงทูน อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ สภาพศพบริเวณศีรษะ ท้อง และตามลำตัวถูกของมีคมแทง และพบขวานเปื้อนเลือดตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

นอกจากนี้ ยังพบว่า ก่อนหน้านี้ผู้เสียชีวิตเพิ่งเขียนป้ายติดประกาศโดนระบุข้อความว่า “ขายบ้านพร้อมที่ดิน 2 ไร่ 2 งาน 2.5 ล้านบาท” พร้อมให้เบอร์โทรศัทพ์มือถือติดต่อไว้ด้วย

แม่หลั่งน้ำตา รู้ข่าวลูกชาย ถูกฟัน นอนเสียชีวิตหน้าตู้เติมเงินมือถือ หลังประกาศขายบ้านพร้อมที่ดิน 2.5 ล้าน ไม่กล้าดูศพ ไม่คิดว่าจะมาตายแบบนี้

แม่หลั่งน้ำตา รู้ข่าวลูกชาย ถูกฟัน นอนเสียชีวิตหน้าตู้เติมเงินมือถือ หลังประกาศขายบ้านพร้อมที่ดิน 2.5 ล้าน ไม่กล้าดูศพ ไม่คิดว่าจะมาตายแบบนี้

ล่าสุดวันที่ 31 ม.ค.2568 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านที่เกิดเหตุ พบว่าแม่ของผู้เสียชีวิต ญาติ ๆ และชาวบ้าน ได้มาช่วยกันเตรียมสถานที่ เก็บข้าวของ ทำความสะอาด เพื่อจัดงานศพและรอรับศพผู้ตายออกจากโรงพยาบาลศรีสะเกษ

นางธันยรัศมิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี ซึ่งเป็นแม่ของผู้ตาย กล่าวทั้งน้ำตา ว่า วันที่เกิดเหตุคือวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา ตนไปอาศัยอยู่ที่บ้านน้องชาย มาทราบข่าวว่าลูกชายถูกฆ่าเสียชีวิตก็ช่วงเมื่อเวลา 06.00 น. เนื่องจากน้องสาวตนมาบอก

นางธันยรัศมิ์ กล่าวต่อว่า พอตนมาถึงเห็นตำรวจและคนมุงดูเต็มไปหมด มีผ้าขาวปิดร่างลูกชายไว้ แต่ตนก็ไม่กล้าเข้าไปดูใกล้ ๆ เพราะรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คนที่ก่อเหตุมีพฤติกรรมโหดร้ายเหลือเกิน ถ้าลูกชายตนผิดจริงก็ไม่ควรมาทำร้ายหรือฆ่ากันถึงขั้นทรมานขนาดนี้

นางธันยรัศมิ์ กล่าวอีกว่า ตนอยากให้คนที่ก่อเหตุหรือคนที่สั่งให้ก่อเหตุฆ่าลูกตนตกตายตามกันไป ตนเจอลูกชายล่าสุด เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ตนคิดอยู่ในใจเสมอว่าลูกชายจะต้องมาจบชีวิตแบบนี้ เพราะลูกชายตนมีพฤติกรรมและนิสัยที่ชอบเอะอะโวยวาย ชอบทุบตีบ้านคนอื่น ทำให้คนอื่นหวาดกลัว ตนห้ามแล้วแต่ลูกชายไม่ฟัง

แม่ของผู้ตาย กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ลูกชายตนก็ไม่สมควรมาถูกฆ่าตายในสภาพแบบนี้ โดยปกติลูกตนจะมีนิสัยที่ก้าวร้าวกับตน แต่กับญาติจะพูดดีและกับคนที่พูดดีกับเขา แต่กับคนที่ทำไม่ดีกับเขา เขาก็จะเอาเรื่องโมโห แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่จะต้องไปทุบตีหรือทำร้ายคนอื่น

นางธันยรัศมิ์ กล่าวด้วยว่า ตนไม่รู้ว่าลูกชายไปมีปัญหากับใครหรือเปล่า เรื่องขายที่ดิน ขายตู้เย็น หรือขายข้าวของในบ้านตนไม่เคยห้าม เพราะตนไม่ได้อยู่กับลูกชายแล้ว ลูกจะขายอะไรก็เรื่องของลูก ลูกตนประกาศขายที่มาได้ 4 ปีแล้วแต่ไม่มีคนซื้อ

นางธันยรัศมิ์ กล่าวว่า สิ่งของที่ขายไปลูกชายตนจะเอาเงินไปลงทุนขายพระหรือเหรียญต่าง ๆ ทางออนไลน์ แต่ก่อนตนก็อาศัยอยู่ด้วยกันกับลูกชาย พอมาช่วงหลังลูกขอเงินหนัก ขอไม่ได้ก็อาละวาด ตนจึงหนีออกไปอยู่กับน้องชายต่างหมู่บ้าน ตนฝากบอกผู้ก่อเหตุถ้ารู้ว่ากระทำความผิดก็ให้มามอบตัวโทษหนักจะได้เป็นเบา และตนก็ไม่ขอให้อภัยกับคนที่ก่อเหตุฆ่าลูกชายตนเสียชีวิต

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน