หมดหนทาง สาวปาดน้ำตา กดลิงก์เกม ถูกออกหมายจับ หลอกซื้อขายของออนไลน์ ทั้งๆที่ไม่เคยไปเปิดบัญชีกับธนาคาร พบชื่อเฟซบุ๊กมีชื่อตรงกัน
เมื่อวันที่ 31 ม.ค.68 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.กมลชนก (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี ชาว อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ร้องขอความเป็นธรรม โดยอยากให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกภาคส่วน ตรวจสอบคดีช่วยตนเองด้วย หลังตกเป็นผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ในการหลอกซื้อขายของทางออนไลน์เป็นคอมพิวเตอร์ ทั้งๆ ที่ตนก็ไม่เคยขายของทางออนไลน์ โดยอ้างว่าโอนเงินผ่านมาที่บัญชีธนาคารที่มีชื่อตรงกับตนเอง ในปี 2566
ถูกหมายเรียกก่อนถูกหมายจับ โดยเจ้าหน้าที่นำตัวตนส่งไปที่ สภ.บ้านเป็ด จ.ขอนแก่น พร้อมกับต้องนำเงินจำนวนเงิน 189,670 บาท ไปคืนให้กับผู้เสียหาย ที่ผู้เสียหายไปแจ้งว่า โอนมาที่บัญชีธนาคารของตนเอง ทั้งๆ ที่ตนไม่เคยเปิดบัญชีกับทางธนาคารทางออนไลน์ดังกล่าวมาก่อน
ล่าสุดทางญาติๆ ประกันตัวตนเองออกมา เพื่อขอความเป็นธรรม เพื่อต้องการหาหลักฐาน ไปขอต่อสู้ตามกระบวนการทางกฎหมาย ว่าตนนั้นขอยืนยันว่าไม่เคยเปิดบัญชีทางออนไลน์กับธนาคารดังกล่าว พร้อมกับไม่ทราบว่า ใครนำบัญชีของตนไปเปิดใช้ทางออนไลน์กับธนาคารเพื่อขอเปิดบัญชี
น.ส.กมลชนก กล่าวต่อว่า ช่วงต้นปี 2566 ก่อนที่จะถูกแจ้งข้อกล่าวหาจนออกหมายจับ เคยไปกดลิงก์ของเว็บไซต์เกมที่เด้งเข้ามาในมือถือ แต่ตนยังไม่ได้สมัคร เพียงแต่กดเข้าไปดูเท่านั้น พอผ่านมาไม่กี่เดือน ก็ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ระหว่างที่ตนได้ประกันตัวออกมา เพื่อหาหลักฐานว่าตนนั้นบริสุทธิ์
ขอยืนยันว่าไม่ใช่ตนแน่นอน ล่าสุดไปค้นหาชื่อในเฟซบุ๊ก ไปเจอสาวคนหนึ่งที่มีชื่อตรงกับชื่อของตน แต่หน้าไม่ใช่ตน แชร์ข่าวจากเว็บพนันออนไลน์ ในปี 2566 ปีเดียวกัน ตนจึงไปลงบันทึกไว้ที่สภ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี เพื่อเป็นหลักฐาน พร้อมกับหลักฐานจากการเปิดบัญชี ทราบว่าบัญชีดังกล่าวเปิดทางออนไลน์
โดยต้องสแกนใบหน้า แต่หลักฐานของตนที่ได้จากธนาคารมา ชื่อกับหมายเลขบัตรประชาชน และที่อยู่ตรงกับของตน แต่สถานะบัญชีไม่มี เบอร์โทรศัพท์ก็ไม่มี ทำให้ตนสงสัยและคาใจกับธนาคารดังกล่าว
“ขอยืนยันว่าไม่เคยไปเปิดบัญชีทางออนไลน์กับธนาคารดังกล่าว และอยากจะได้หลักฐานจากธนาคารมากกว่านี้ อย่างน้อยการเปิดบัญชีธนาคารทางออนไลน์ ก็ต้องมีหลักฐานการยืนยันด้วยการสแกนใบหน้า หรือหลักฐานที่มากกว่านี้ ว่าเป็นหนูจริง จึงขอความเป็นธรรม และขอให้สื่อช่วยเป็นกระบอกเสียงช่วยด้วย คาดว่าจะโดนมิจฉาชีพ ลวงเอาข้อมูลไปทำการไม่ดีอย่างแน่นอน” น.ส.กมลชนก กล่าว
น.ส.กมลชนก กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ตนรู้สึกเครียด คิดอยากจะผูกคอตายมาหลายครั้ง แต่ทางญาติๆ ก็คอยปลอบใจ จนตอนนี้ก็หมดหนทาง ตนก็ลำบากอยู่แล้ว ต้องมาเจอปัญหาเกี่ยวกับบัญชีธนาคาร ที่ตนเองไม่เคยไปเปิดทางออนไลน์ จึงอยากขอความเป็นธรรมจากภาครัฐทุกภาคส่วน ช่วยให้ความเป็นธรรมด้วย


