“สพฐ.” กำชับ รร. ให้ “0-ร-มส” ตามมาตรฐาน ยึดนโยบาย เรียนดี มีความสุข ลดภาระนร.-ผปค. กำชับ 245 เขตพื้นที่ฯ ติดตาม นร.หลุดระบบการศึกษาให้ครบ 100% ส่วน วันวาเวนไทน์ สอดส่องความประพฤตินร.ให้อยู่กรอบที่ถูกต้อง อยู่ในทำนองครองธรรม พื้นที่ PM2.5 สีแดง ปิดเรียนทันที

4 ก.พ. 68 – ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมผู้บริหารระดับสูง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รับทราบผลการดำเนินการทดสอบทางการศึกษา ระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2567 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 2-3 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีนักเรียนชั้น ม.3 และ ป.6 สมัครเข้าสอบจำนวนมาก 476,000 คน คิดเป็นร้อยละ 91.37 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด ทั้งนี้ สพฐ. ยังได้มีหนังสือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ และการสอนซ่อมเสริม

โดยมีเจตนากระตุ้นให้สถานศึกษา กำกับ ติดตาม ช่วยเหลือ สอนซ่อมเสริม และดำเนินการวัดและประเมินผล กรณีนักเรียนมีผลการเรียนไม่สมบูรณ์ (ติด ๐, ร, มส) เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งผู้เรียนและผู้สอน เพื่อให้การเรียนดีขึ้น ลดปัญหาของผู้เรียนในการติด ติด ๐, ร, มส โดยขอให้ทุกสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) แจ้งไปยังสถานศึกษาให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ตามนโยบายเรียนดี มีความสุข ลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง

ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังรับทราบความคืบหน้าโครงการพาน้องกลับมาเรียน นำการเรียนไปให้น้อย (OBEC Zero Dropout) โดยทุกเขตพื้นที่ฯ ได้ดำเนินการค้นหาติดตามนักเรียนที่หลุดจากระบบการศึกษาอย่างเข้มข้น และกำหนดว่า ภายในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ ทั้ง 245 เขตพื้นที่ฯ จะต้องติดตามค้นหาเด็กให้ครบ 100% โดยขณะนี้มีประมาณ 138 เขตพื้นที่ฯ ที่สามารถติดตามเด็กได้ครบ 100%

อีกเรื่องที่สำคัญ คือ การเฝ้าระวังฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 อย่างต่อเนื่อง ตามที่รัฐบาลและ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีความห่วงใยเรื่องดังกล่าว จึงขอกำชับให้ทุกเขตพื้นที่ฯ เฝ้าระวังและติดติดเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด หากพบว่า พื้นที่ใด เป็นพื้นที่สีแดง ผู้อำนวยการสถานศึกษาสามารถสั่งปิดเรียนได้ทันที โดยไม่ต้องขออนุญาต สพฐ. ทั้งนี้ขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียนเป็นสำคัญ

ว่าที่ร้อยตรีธนุ เปิดเผยต่อว่า ที่ประชุมยังเน้นย้ำ เรื่องการดูแลป้องกันเหตุอันตรายในช่วงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งตรงกับ วันวาเวนไทน์ โดยกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันสอดส่อง ดูแลนักเรียนให้อยู่ในความประพฤติที่ถูกต้อง อยู่ในทำนองครองธรรม

ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการเปิด-ปิดภาคเรียน สพฐ. ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาหารือ ซึ่งทุกฝ่ายค่อนข้างเห็นด้วยให้เลื่อนการเปิด ปิดภาคเรียนที่ 1 โดยให้เปิดเรียนตามเดิมคือวันที่ 16 พฤษภาคม แต่เลื่อนปิดเทอม จากเดิมวันที่ 11 ตุลาคม มาเป็นวันที่ 30 กันยายน ส่วนภาคเรียนที่ 2 ให้เป็นไปตามช่วงเวลาเดิม

“ความแตกต่างที่เกิดขึ้นคือ ภาคเรียนที่ 1 เด็กจะได้หยุดเรียนเป็นเวลา 1 เดือนเต็ม และสอดคล้องกับปีงบประมาณ สอดคล้องกับการบริหารอัตรากำลัง ฯลฯ ทั้งนี้สพฐ. จะจัดทำข้อสรุปเพื่อเสนอให้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการศธ. ลงนามให้ความเห็นชอบต่อไป” ว่าที่ร้อยตรีธนุกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน