กรุงเทพมหานคร สพส. กทม. เดินหน้ากำจัด ปลาหมอคางดำ บางขุนเทียน-ทุ่งครุ ลดผลกระทบเกษตรกร เร่งแปรรูปสร้างรายได้ เตรียมพิจารณาเยียวยา ช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน
7 ก.พ. 68 – ที่สำนักพัฒนาสังคม เขตดินแดง นางสาวกาญจนา ภูพิพัฒน์ผล รองผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า
สำนักพัฒนาสังคม (สพส.) ได้บูรณาการความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน อาทิ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพฯ กรมประมง สภาเกษตรกรกรุงเทพมหานคร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานเขต ภาคเอกชนและชุมชน เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้
มาตรการควบคุม และกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำ อาทิ จัดกิจกรรม “ลงแขก ลงคลอง” 26 ครั้ง กำจัดปลาหมอคางดำได้รวม 15,649.8 กิโลกรัม ปล่อยปลาผู้ล่า เช่น ปลากะพงขาว จำนวน 20,000 ตัว เพื่อควบคุมจำนวนปลาหมอคางดำและนำไปแปรรูปสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร
นอกจากนี้ สำนักเขตบางขุนเทียนได้จัดกิจกรรมส่งปลาหมอคางดำไปโรงงานปลาป่น รวม 34,809 กิโลกรัม โดยแปรรูปเป็นปลาเค็มแดดเดียว ปลาร้า และน้ำพริก อีกทั้งการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด โดยโรงงานปลาป่นได้รับซื้อปลาหมอคางดำจากเกษตรกรในราคากิโลกรัมละ 15 บาท รวม 437,234 กิโลกรัม
ด้านการสำรวจและเฝ้าระวังการระบาด ในปีงบประมาณ 2568 สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพฯ ได้เสนอโครงการเพื่อขอสนับสนุนงบประมาณ 2 โครงการ ดังนี้ การกำจัดปลาหมอคางดำจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร และโครงการกำจัดปลาหมอคางดำแบบมีส่วนร่วมและส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์
ทั้งนี้ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ ประกาศเขตช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินด้านประมงในพื้นที่ เขตบางขุนเทียนและเขตทุ่งครุ จำนวน 779 ราย ครอบคลุมพื้นที่เสียหายกว่า 15,558 ไร่ มูลค่าความเสียหาย 43,944,500 บาท โดยคณะกรรมการฯ อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล เพื่อพิจารณาเยียวยา ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562
นอกจากนี้ สพส. ร่วมกับชุมชน ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจธรรมชาติของปลาหมอคางดำ ห้ามจับมาเลี้ยง และแจ้งพิกัดเมื่อพบการระบาดผ่านกรมประมง หรือ สพส.