สธ. แจ้ง สถานการณ์ค่ายผู้ลี้ภัยไทย-เมียนมา เหตุ ‘มะกัน’ หยุดช่วยเหลือ 3 เดือน กระทบสาธารณสุข-ผู้ป่วยโรคติดต่อ วัณโรค-โรคเอดส์ แจงเร่งแก้ปัญหาระยะสั้น-ระยาวแล้ว

11 ก.พ. 68 – นพ.สุภโชค เวชภัณฑ์เภสัช ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 2 กล่าวถึงกรณีรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ประกาศหยุดสนับสนุนงบประมาณโครงการด้านการดูแลสุขภาพและการคุ้มครองในศูนย์พักพิงชั่วคราว ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ผ่านองค์กร International Rescue Committee (IRC) เป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อทบทวนนโยบายต่างประเทศ ว่า

กรณีดังกล่าว ทำให้เกิดผลกระทบจริง แต่ค่ายผู้ลี้ภัยยังดูแลตัวเองในภาพรวมต่อไปได้เหมือนเดิม การดำเนินการสนับสนุนด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ดำเนินการโดยหน่วยงานสาธารณสุขชายแดนทั้ง 5 อำเภอชายแดน หลักการคือให้ค่ายผู้ลี้ภัยดำเนินการเองได้เหมือนเดิม เนื่องจากค่ายฯ ยังมีบุคลากรบางส่วนดำเนินการอยู่ กระทรวงสาธารณสุขเป็นเพียงที่ปรึกษาร่วม

ส่วนการควบคุมโรค เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด ยังคงทำเหมือนเดิม ทั้งนี้ ได้มีการเตรียมการแก้ไขปัญหาระยะสั้น ระยะยาว โดยระยะสั้นกระทรวงสาธารณสุขจะให้คำแนะนำ ให้ค่ายฯ มีระบบบริการด้านการแพทย์ และการสาธารณสุขดูแลตัวเองในค่ายฯ ได้เอง ระยะยาว จะช่วยประสานหน่วยงานหรือเอ็นจีโอ เพื่อสนับสนุนอุปกรณ์ ยา เวชภัณฑ์ รวมถึงแหล่งทุนต่อไป

นพ.สุภโชค กล่าวว่า ที่ผ่านมา การจัดการในพื้นที่พักพิงชั่วคราว จะควบคุม กำกับดูแลโดยฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย และ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR และองค์กรเอกชนหรือเอ็นจีโอ ต่างๆ

ส่วนองค์กร IRC เป็นองค์กรของ สหรัฐฯ มาดูแลตรงนี้ ซึ่งมีบททางการแพทย์และสาธารณสุข มีการจัดบริการรักษาผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน การคลอด การจัดบริการรับส่งต่อและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาในกรณีส่งต่อ และบริการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่พักพิงชั่วคราว

สำหรับกระทรวงสาธารณสุข ดูแลแค่เรื่องสุขาภิบาล ควบคุมโรคระบาดไม่ให้มาเผยแพร่สู่คนไทย ไม่ให้ระบาดออกจากค่ายผู้ลี้ภัย รวมถึงดูเคสฉุกเฉินหนัก แต่ไม่ได้ส่งทีมแพทย์เข้าไปรักษาดูแลในค่าย

อย่างไรก็ตาม นพ.สุภโชค กล่าวว่า เมื่อ IRC ยุติการให้ความช่วยเหลือ อาจมีผลกระทบต่อด้านการสาธารณสุข ในประเด็นการจัดการสุขาภิบาล น้ำดื่ม น้ำใช้ การเติมคลอรีนให้ได้ระดับเพื่อการป้องกันโรค โดยเฉพาะอหิวาตกโรค การจัดการขยะและจัดการแมลงพาหะนำโรคต่างๆ กระทบด้านการแพทย์ ในประเด็นการรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะโรคติดเชื้อวัณโรคและโรคเอดส์ ที่ต้องกินยาต่อเนื่อง การรักษาฉุกเฉินและระบบส่งต่อ การดูแลรักษาแม่และเด็ก วัคซีนพื้นฐานและการคลอดที่ปลอดภัย รวมถึงการจัดบริการรักษาทั่วไป โรคเรื้อรั้งหรือกลุ่มเปราะบาง ซึ่งต้องจับตาดูสถานการณ์ต่อไปและเตรียมแนวทางแก้ปัญหาระยะสั้นระยาวตามที่กล่าวไปแล้ว

“นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดสธ. ได้ให้ความสำคัญและห่วงใยในประเด็นนี้มาก โดยกำชับและมอบหมายให้ ติดตามรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่มีผลกระทบต่อพี่น้องชาวไทย และการทำงานของบุคลาการทางการแพทย์ ซึ่งจนถึงขณะนี้ถือว่า สถานการณ์ทุกอย่างสามารถรับมือได้ ยืนยันว่า กระทรวงสาธารณสุข จะทำงานอย่างเต็มที่” นพ.สุภโชคกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน