สภาทนายความภาค 3 นำลูกจ้างฟูไน 55 ชีวิต ตกงานฟ้าผ่า ฟ้องศาลแรงงาน หวั่นถูกชักดาบค่าชดเชย พิรุธโรงงานยกเลิกไร้ตัวตน ต้องส่งหมายเรียกใหม่กว่า 400 คดี

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.68 ที่ศาลแรงงานภาค 3 นครราชสีมา นายวีระศักดิ์ บุญเพลิง กรรมการบริหารสภาทนายความภาค 3 พร้อมนายพรเทพ เจริญพงศ์อนันต์ ประธานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมาและทีมทนายความอาสานัดหมายกลุ่มอดีตลูกจ้าง บริษัท ฟูไน (ไทยแลนด์) จำกัด สาขา อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

โรงงานผลิตชิ้นส่วนวิทยุ โทรทัศน์และอุปกรณ์ไฟฟ้าส่งออกต่างประเทศ จำนวน 55 คน ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบ กรณีโรงงานประกาศปิดกิจการถาวรและเลิกจ้างลูกจ้างทั้งหมด 831 คน โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า

ทำให้เป็นคนว่างงานกะทันหัน และกังวลใจการรับเงินชดเชย โดยบริเวณหน้าประตูทางเข้าศาลแรงงาน เพื่อนคนงานชูป้าย “นายจ้างญี่ปุ่น เหยียบย่ำศักดิ์ศรีคนไทย ปิดโรงงานไม่จ่ายค่าชดเชย” “กระทรวงแรงงานช่วยลูกจ้างด้วย ปิดโรงงานฟ้าผ่า นายจ้างลอยแพ ลูกจ้างตกงานไม่มีค่าชดเชย” “ประกาศเลิกจ้าง ค่าชดเชยอยู่ไหน” “นายจ้างอยู่ไหน รัฐบาลอุ้งอิ้ง ช่วยตามหน่อย”

นายวีระศักดิ์ กรรมการบริหารสภาทนายความภาค 3 เปิดเผยว่า ในฐานะสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เตรียมทีมทนายความอาสาให้ช่วยเหลือทางด้านกฎหมายกับกลุ่มอดีตลูกจ้างฟูไน กรณีได้รับความเดือดร้อนถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม เพื่อนำคดีขึ้นสู่ศาลฯพิจารณา

รวมทั้งช่วยเหลือเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาภายในศาล จำนวน 55 คดี ที่ผ่านมาช่วยเหลือไปแล้ว 150 คดี ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม ทยอยขึ้นศาลฯ เฉลี่ยวันละ 50 คดี เป้าหมายดำเนินการให้ครบทั้ง 764 คดี

ด้านนายพรเทพ ประธานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า พบความเคลื่อนไหวของทางฝ่ายนายจ้างฟูไน ทำการยกเลิกบริษัท ทำให้การส่งหมายเรียกของสำนวนคดีต้องส่งไปที่ผู้ชำระบัญชีของบริษัทแทน ส่วน 150 คดีแรกที่ตัดสินไป ศาลออกหมายยึดที่ดินที่ตั้งโรงงาน แต่นายจ้างสร้างความลำบากให้แก่คดีที่กำลังจะทยอยขึ้นศาล จึงต้องส่งหมายเรียกใหม่กว่า 400 คดี

นายประวิทย์ วิสวิสูตร อายุ 50 ปี อดีตผู้จัดการฝ่ายผลิต กล่าวว่า ตนทำงานกับโรงงาน 11 ปี ถูกเลิกจ้างแบบฟ้าผ่า ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการทางกฎหมาย จนถึงวันนี้ผ่านมาแล้ว 90 วัน ยังคงติดตามความคืบหน้า เพื่อให้ได้ข้อสรุป พวกเรารู้สึกดีใจอย่างยิ่งที่สภาทนายความและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญสนับสนุนช่วยเหลือลูกจ้างได้รับความเป็นธรรม

นางปุณชรัตสมิ์ สลักคำ อายุ 49 ปี อดีตหัวหน้างานฝ่ายผลิต เปิดเผยว่า ทำงานกว่า 19 ปี 6 เดือน ต้องได้รับเงินค่าชดเชยประมาณ 2.9 แสน ขอขอบคุณสภาทนายความและอธิบดีศาลแรงงานช่วยเหลือและให้ความเป็นธรรม จนได้รับค่าชดเชยอย่างเป็นธรรม เพื่อให้มีเงินทุนนำไปต่อยอดประกอบอาชีพอื่นต่อไป อดีตลูกจ้างส่วนใหญ่อายุเกินเกณฑ์รับสมัครแรงงานไม่สามารถกลับใช้แรงงานได้ จำเป็นต้องประกอบอาชีพอิสระ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน