‘ศธ.’ เล็งปัดฝุ่น ม.6 ใช้โอเน็ตเข้า มหา’ลัย เตรียมถก ‘ทปอ.-อว.’ 5 มีนาคมนี้ เล็งขยับสอบเร็วขึ้น จูงใจเด็ก เล็ง 2 วิธี งานแนวทางแก้ปัญหา

3 มี.ค. 68 – นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) จัดการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น

ภาพรวมการจัดสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีการปรับรูปแบบข้อสอบให้สอดคล้องกับการประเมินนักเรียนระดับนานาชาติ หรือ ปิซ่า ซึ่งมุ่งเน้นการคิดวิเคราะห์ เพื่อนำผลสอบไปใช้ในการปรับปรุงคุณภาพการศึกษา

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการสร้างแรงจูงใจให้เด็กเข้าสอบโอเน็ตเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 นั้น ซึ่งขาดแรงจูงใจ เนื่องจากไม่สามารถนำคะแนนสอบไปใช้ในการเข้าเรียนต่อ มหาวิทยาลัยได้

“การสอบโอเน็ตจะมีขึ้นในภาคเรียนที่ 2 ซึ่งจะเป็นช่วงที่เด็ก ม.6 หลายคนสอบติดมหาวิทยาลัยไปบ้างแล้ว และเมื่อคะแนนไม่มีผลต่อการเข้าเรียนต่อ จึงทำให้เด็กไม่อยากเข้าสอบ ดังนั้น ศธ.จึงคิดแนวทางในการแก้ปัญหา 2 วิธี

คือ 1. หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับปฏิทินการสอบโอเน็ตของนักเรียน ม.6 จากเดิม สอบในภาคเรียนที่ 2 มาเป็นสอบในภาคเรียนที่ 1 เพื่อให้สามารถนำคะแนนไปใช้เป็นองค์ประกอบในการเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยในระบบการคัดเลือกกลางเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือ ทีแคส ได้ทันในรอบที่ 1 รอบพอร์ตโฟลิโอ ซึ่งแนวทางนี้เป็นข้อเสนอของสถานศึกษา ซึ่งจะต้องมีการหารือกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ต่อไป” นายสิริพงศ์ กล่าว

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า แนวทางที่ 2 คือ นำคะแนนโอเน็ตในวิชาที่เทียบเคียงกับการทดสอบความถนัดทั่วไปหรือ TGAT และการทดสอบความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ เช่น การสอบวิชาภาษาอังกฤษซึ่งมีมาตรฐาน เดียวกับข้อสอบภาษาอังกฤษของ TGAT-TPAT มาใช้ในการเข้ามหาวิทยาลัย

ซึ่งเรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งผลักดัน เพื่อให้มีการนำคะแนนสอบโอเน็ตไปใช้ประโยชน์มากขึ้น โดยเตรียมหารือ กับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ ทปอ. ในวันที่ 5 มีนาคมนี้

“ขณะนี้หลายฝ่ายก็เห็นตรงกันว่า โอเน็ตมีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา แต่ประเด็นปัญหาคือยังขาดแรงจูงใจในการดึงเด็กเข้าสอบ และทำให้การจัดสอบไม่เป็นภาระกับเด็กมากเกินไป ดังนั้นเป็นหน้าที่ของ ศธ. ในการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยการจัดสอบปีนี้ พบว่า มีเด็กสมัครใจเข้าสอบมากกว่า 80% เปอร์เซ็นต์” นายสิริพงศ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน