อธิบดีกรมอุทยาน สั่งปิดถาวรป่าสลักพระ กาญจนบุรี เหตุพบจุดความร้อน 839 จุด มากกว่าปี’67 ถึง 50% กระทบสิ่งแวดล้อม สุขภาพปชช. เศรษฐกิจท่องเที่ยว ชี้ชาวบ้านขาดความตระหนัก สั่งห้ามหาของป่า พร้อมเตือน! มือเผาป่า โทษหนัก คุก 20 ปี ปรับ 2 ล้าน บวกค่าฟื้นฟูไร่ละ 120,000 บาท
7 มี.ค. 68 – นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า ขอออกคำเตือนประชาชน ถึงบทลงโทษรุนแรงสำหรับผู้ลักลอบเผาป่า ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศ

โดยยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้กระทำผิด ตามนโยบาย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
นายอรรถพล กล่าวอีกว่า เนื่องจากการเผาป่าส่งผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน ทั้งการทำลายระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศที่กระทบโดยตรงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ เด็ก และผู้สูงอายุ รวมถึงส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่

ผู้กระทำผิดฐานเผาป่าจะถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 400,000-2,000,000 บาท นอกจากนี้ยังมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถลงโทษเพิ่มเติมได้ตามความเสียหายที่เกิดขึ้น
อธิบดีกรมอุทยาน ย้ำว่า ผู้กระทำผิดจะต้องรับผิดทางแพ่งต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพยากรป่าไม้ในอัตราไร่ละ 120,000 บาท โดยเงินค่าเสียหายนี้จะนำไปใช้ในการฟื้นฟูสภาพป่าและระบบนิเวศที่ถูกทำลาย ทั้งนี้เมื่อพื้นที่ป่าเสียหายอย่างหนักจำเป็นต้องฟื้นฟูพื้นที่ เพราะจะกระทบแหล่งอาหารของช้างป่ารวมถึงสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ ทำให้ช้างป่าและสัตว์ป่าออกนอกป่ามากขึ้น

อธิบดีกรมอุทยาน ระบุว่า ทั้งนี้ตนได้สั่งปิดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระอย่างถาวร ห้ามเข้าไปเก็บหาของป่าทุกกรณีเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ป่าอย่างไม่มีกำหนด หลังจากในช่วงที่ผ่านมาพบจุดความร้อน (Hotspot) ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ 839 จุด ซึ่งมากกว่าปีที่แล้วถึง 50%
แสดงให้เห็นว่า ชุมชนในเขตป่าและโดยรอบยังขาดการให้ความร่วมมือในการป้องกันไฟป่า นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่เกิดไฟป่าสูงสุดของประเทศไทย โดยในปีงบประมาณ 2568 มีการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการเผาป่าแล้ว จำนวน 39 คดี มีผู้ต้องหา 10 คน และมีพื้นที่เสียหายกว่า 2,182 ไร่