ตร.แจงปม ฝรั่งคลั่งทำร้ายหมอฟันทั่วเมืองโคราช ดับปริศนาคาบ้านพัก เผยสาเหตุ พบรอยนิ้วมือของผู้เสียชีวิตอยู่ที่อาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ
จากกรณีเมื่อช่วงค่ำ วันที่ 21 มี.ค.2568 ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.โนนสูง จ.นครราชสีมา และหน่วยกู้ภัยฮุก 31 ได้รับแจ้งจากว่ามีผู้พบศพ นายมัททิอัส เอ็บเนอร์ ผู้ต้องหาก่อคดีทำร้ายร่างกายหมอฟันหญิงหลายรายในคลินิกหลายแห่งที่จังหวัดนครราชสีมา นอนเสียชีวิตอยู่ในห้องภายในบ้านพักชั้นเดียว หมู่ 1 บ้านดอนชมพู ต.ดอนชมพู อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา
สภาพที่ลำคอมีแผลขนาดใหญ่ ภายในห้องมีเอกสารข้าวของกระจัดกระจาย โดยมีสุนัขร็อตไวเลอร์ 2 ตัว เฝ้าอยู่ไม่ห่าง และมีท่าทางดุร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งประสานให้แม่บ้านที่เคยมาดูแล และให้อาหารสุนัขมาจับสุนัขทั้งสองตัวออกไป ก่อนเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด พ.ต.อ.สิทธิพล ทิมสูงเนิน ผกก.สภ.โนนสูง เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานนครราชสีมาได้ตรวจสอบ และชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตของนายมัททิอัส โดยพบบาดแผลบริเวณลำคอ 2 แผล และบริเวณมือข้างซ้าย 1 แผล โดยพบอาวุธมีดความยาวประมาณ 25 เซนติเมตร ตกอยู่บนที่นอน และถูกตัวของผู้ตายนอนทับไว้
ตรวจสอบบริเวณโดยรอบไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้าย และพบรอยนิ้วมือของผู้ตายบนมีด สันนิษฐานว่าผู้ตายน่าจะเกิดความเครียด ประกอบกับผู้ตายเคยมีประวัติรักษาอาการทางจิตเวช จึงทำให้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายตัวเองเสียชีวิตดังกล่าว
ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตเป็นชาวเยอรมัน วัย 41 ปี มีภรรยาเป็นหญิงชาวไทย อาศัยอยู่บ้านดอนชมพู ต.ดอนชมพู อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา มีพฤติกรรมคลุ้มคลั่งบุกเข้าไปก่อเหตุทำร้ายร่างกาย และข่มขู่ทันตแพทย์หญิงในคลินิกทันตกรรมหลายแห่งในตัวเมืองจังหวัดนครราชสีมา โดยเหตุเกิดขึ้นกับคลินิกทันตกรรมหลายแห่งหลายครั้ง ตั้งแต่ช่วงเดือนพ.ย.2567
โดยมักแสดงพฤติกรรมรุนแรง ทั้งการทำลายข้าวของ การบุกเข้าไปในห้องพักส่วนตัวของทันตแพทย์หญิง รวมถึงการใช้กำลังทำร้ายร่างกายทันตแพทย์หญิง เช่น การจับหัวโขกผนัง และกัดปากทันตแพทย์หญิงจนได้รับบาดเจ็บ สร้างความหวาดผวาให้กับทันตแพทย์ในพื้นที่อย่างมาก จนถูกศาลออกหมายจับในข้อหาบุกรุก, ทำร้ายร่างกายผู้อื่น และทำให้เสียทรัพย์ และถูกตำรวจจับกุมดำเนินคดี เมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ทางตำรวจได้เตรียมทำหนังสือถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) นครราชสีมา เพื่อขอให้พิจารณาเพิกถอนวีซ่า เนื่องจากถือเป็นบุคคลอันตราย และมีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสังคม คาดว่าเป็นให้นายมัททิอัสเกิดความเครียดก่อเหตุมาร้ายตัวเองดังกล่าว