จับล็อตมโหฬาร หนุ่มขน ยาบ้า 10 ล้านเม็ด ใช้รถบรรทุกขิงอำพรางหวังตบตา จนมุมเพราะรถติด รับยาจากเหนือส่งเอเย่นต์รายใหญ่ภาคกลาง ได้ค่าจ้าง 8 แสน
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 8 เม.ย.68 พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น.พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ., พ.ต.อ.กรกฎ โปชยะวณิช รอง ผบก.สปพ.,พ.ต.อ.เด่นหล้า รัตนกิจ รอง ผบก.สปพ.,
พ.ต.อ.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ ผกก.สายตรวจ, พ.ต.ท.ไพบูลย์ สอโส รอง ผกก.สายตรวจฯ, พ.ต.ต.ณัฐดนัย บำรุงศรี สว.งานสายตรวจ 2 พ.ต.ท.พุฒิพัฒน์ โกยมวงษ์เจริญ สว.งานสายตรวจ 3 พ.ต.ท.คณาธิป ก้ำแก้ว สว.ธร.กก.สายตรวจ
แถลงข่าวจับกุม นายนพดล (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ชาว จ.น่าน พร้อมของกลางยาบ้า 10 ล้านเม็ด, รถบรรทุกหกล้อ ยี่ห้อฮีโน่ ทะเบียน 68 – 5855 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน รถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโว่ 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง, เงินสด 11,500 บาท โดยจับกุมที่ถนนปทุมธานี – บางปะหัน ต.เกาะเกิด อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา
พล.ต.ท.สำราญ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบขนยาเสพติดจากพื้นที่ จ.น่าน มาส่งให้กับเอเย่นต์ที่ บริเวณพื้นที่ต.เชียงรากน้อย อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา โดยใช้รถยนต์บรรทุกหกล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว – เทา ทะเบียน 68 – 5855 กรุงเทพ เป็นพาหนะ
อีกทั้งมีรถกระบะยี่ห้อ อีซูซุ รุ่นดีแม็ค สีขาว ทำหน้าที่ขับนำเส้นทาง จึงแกะรอยกระทั่งพบเป็นไปตามที่ได้รับแจ้งเบาะแส จึงเฝ้าติดตามพฤติกรรม
กระทั่งพบรถบรรทุกคันดังกล่าวขับมาถึงบริเวณ ถนนปทุมธานี – บางปะหัน ต.เกาะเกิด อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งบริเวณนั้นจราจรติดขัด มีจำนวนรถหนาแน่น จากการซ่อมถนนจึงอาศัยจังหวะดังกล่าวแสดงตัวเข้าจับกุม
จากการตรวจค้นพบยาบ้า 10 ล้านเม็ด บรรจุอยู่ภายในกระสอบ ซุกซ่อนอยู่ภายในท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ โดยใช้ขิงจำนวนมากปกคลุมวางทับไว้เพื่ออำพรางสายตา
สอบสวนนายนพดล ให้การรับสารภาพว่า ได้ค่าจ้างกว่า 8 แสนบาท โดยในรอบ 5 เดือนนี้ ลอบขนมาแล้ว 4 ครั้ง และยังไม่เคยโดนจับ อย่างไรก็ตาม เจ้าที่ขยายผลจนขณะนี้ทราบตัวผู้ร่วมขบวนการ ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนจับกุม
เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1(ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนทำให้เกิดผลกระทบ ต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป นำตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป







