ตร.ยกเลิกทำแผน แท็กซี่โหดกระหน่ำแทงแม่บ้านดับ ด้านน้องเขยโวยปกป้องผู้ก่อเหตุเกินไป ผกก.อ้างเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา
จากกรณีหนุ่มแท็กซี่ใช้มีดกระหน่ำแทงแม่บ้านโรงแรม กว่า 50 แผล เสียชีวิตภายในห้องพักโรงแรม และเจ้าหน้าที่ สภ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ สามารถจับกุมตัวได้ขณะที่ขับรถแท็กซี่หลบหนี ตามที่ได้นำเสอนข่าวไปก่อนหน้านี้นั้น
ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 23 เม.ย.2568 ทีมข่าวได้เดินทางมาที่ สภ.เมืองอำนาจเจริญ เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีอีกครั้ง พ.ต.อ.สุพล ร่วมสุข ผกก.สภ.เมืองอำนาจเจริญ เปิดเผยกับทีมข่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ได้มีการสอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติม เนื่องจากต้องรอสอบถามผู้ต้องหาเรื่องการแต่งตั้งทนายให้เข้ามาร่วมสอบปากคำในครั้งนี้ ผู้ต้องหายังให้การวกวนไปมา ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด
ส่วนเรื่องการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ อาจจะไม่มีการทำแผน เนื่องจากเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่จะปฏิเสธการทำแผน แต่ถึงอย่างไรก็ตาม หลักฐานในที่เกิดเหตุชัดเจน แน่นหนาและเพียงพอที่จะสามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้อย่างแน่นอน เบื้องต้นได้มีการตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่น และพกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะ

ขณะเดียวกัน นายคำปน อินตะมา น้องเขยของแม่บ้านผู้ตาย ได้เดินทางมาที่ สภ.เมืองอำนาจเจริญ พร้อมกับเกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก เกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้น เพราะตนและบรรดาครอบครัว ต่างพากันมารอดูหน้าผู้ต้องหาในที่เกิดเหตุ เนื่องจากทีแรกสอบถามพนักงานสอบสวน ว่าจะมีการนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผน แต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ เห็นล่าสุดว่ายกเลิกไปแล้ว แม้แต่จะขอเข้าไปดูหน้าผู้ก่อเหตุ เพื่อสอบถามว่าทำไมต้องทำกับพี่สาวของตนแบบนั้น
ครอบครัวทุกคนต่างพากันเสียใจเป็นอย่างมาก อยากรู้ว่าพี่สาวไปทำอะไรให้ เจ็บแค้นถึงต้องทำแบบนี้ พี่สาวของตนทำงานมาเกือบจะ 11 ปี ไม่เคยมีเรื่องกับใครเลย และอยากจะรู้เหมือนกันว่า ทำไมต้องพากันปกป้องผู้ต้องหาขนาดนี้ ลองคิดกลับกัน ถ้าเป็นตนไปฆ่าคนตายแบบนี้บ้าง จะได้รับการปกป้องแบบนี้ไหม มีแต่อ้างว่าผู้ก่อเหตุมีอาการทางจิต ไม่รู้ว่าผู้ก่อเหตุมีเรื่องเครียดจากทางอื่นหรือไม่ถึงมาระบายอารมณ์กับพี่สาวของตนแบบนี้ วันนี้ตนก็ได้มานำรถจักรยานยนต์ของพี่สาวที่จอดไว้ที่โรงแรม นำกลับไปบ้านที่บ้านขมิ้น อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี

จากนั้นทีมข่าวได้พยายามติดต่อไปยัง พล.ต.ต.นิพล บุญเกิด ผบก.ภ.จว.อำนาจเจริญ เพื่อสอบถามการดำเนินการเกี่ยวกับคดีดังกล่าว แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เนื่องจากติดภารกิจประชุมอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์