ผวาอาถรรพ์ หนุ่มวิ่งหนีตายฝูงผึ้งหลวงอาฆาต ตามไล่ต่อย 3 ครั้ง ใช้มุ้งคลุมร่าง เรียกกู้ภัยช่วยเหลือเจ้าตัวเชื่อไปเอาไม้ที่ศาลมาทำฟืน
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 14 พ.ค.2568 ศูนย์วิทยุอาสาสมัครมูลนิธิปอเต๊กตึ๊ง ได้รับแจ้งเหตุมีคนขอความช่วยเหลือหลังถูกฝูงผึ้งรุมไล่ต่อยจนได้รับบาดเจ็บจนต้องใช้มุ้งมาคลุมตัวเพื่อรอความช่วยเหลือ โดยเหตุเกิดภายในหมู่บ้านเมืองทองธานี ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งเดินทางเข้าช่วยเหลือ
ที่เกิดเหตุบริเวณริมทางเท้าภายในหมู่บ้าน ปากซอย 16 พบชายรายหนึ่งนั่งใช้มุ้งไนล่อนสีขาวคลุมร่างกายนั่งหมอบอยู่กับพื้น บริเวณรอบตัวโดยเฉพาะศีรษะ มีผึ้งตัวขนาดใหญ่บินวนอยู่โดยรอบประมาณ 70-100 ตัว เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงสวมชุดป้องกันแมลงพร้อมใช้สเปรย์ฆ่าแมลงฉีดและใช้กิ่งไม้ปัดไล่ฝูงผึ้งดังกล่าว ก่อนจะช่วยเหลือชายหนุ่มคนดังกล่าวมาทำการปฐมพยาบาลภายในรถกู้ภัย
จากการสอบถามชายคนดังกล่าว ทราบชื่อคือนายสุทิน อายุ 54 ปี อาชีพขับวิน จยย.และรับจ้างเฝ้าสวนผลไม้ภายในหมู่บ้านแห่งนี้ มีบาดแผลถูกผึ้งหลวงรุมต่อยเข้าที่ศีรษะ ตามลำตัส แผ่นหลัง ท้อง และแขนทั้ง 2 ข้าง
โดยมีเหล็กในขนาดใหญ่ฝังอยู่ตามรอยที่ถูกต่อย เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยถอนนำเหล็กในออก และจะนำตัวนายสุทินส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ แต่นายสุทินปฏิเสธที่ตะไปโรงพยาบาล โดยอ้างว่าเขาถูกต่อยมาหลายครั้งแล้ว จนมีภูมิต้านทานในร่างกายเพราะไม่มีอาการแพ้อะไร
สอบถามนายสุทิน ผู้บาดเจ็บ ถึงสาเหตุที่ถูกฝูงผึ้งหลวงไบ่ต่อย เปิดเผยว่า ตนมารับจ้างเฝ้าสวนผลไม้ในที่ดินว่างเปล่าให้กับนายจ้างในหมู่บ้านแห่งนี้ ซึ่งสวนผลไม้มีขนาดประมาณ 100 ตรว. โดยตนไดทำเพิงพักอาศัยอยู่ในบริเวณสวนด้วย เมื่อช่วงเวลาประมาณบ่ายสองโมง ระหว่างที่ตนไปหาเก็บเศษไม้ที่บริเวณศาลเจ้าท้ายซอยห่างจากเพิงพักที่ตนอยู่อาศัยประมาณ 200 เมตร หลังตนเก็บเศษแผ่นไม้จำนวนหนึ่งมาแล้ว
ระหว่างที่ตนนำแผ่นไม้มาตัดเพื่อเตรียมก่อไฟทำอาหาร ระหว่างนั้นมีผึ้งบินมาพยายามไล่ต่อยตนเองแต่จำนวนไม่มาก ตนก็ปัดป้องออกไป จนกระทั่งตนจุดฟืนก่อไฟไปได้ประมาณ 5 นาที จากนั้นก็มีฝูงผึ้งเริ่มทยอยบินมาตอมที่หัวตนและเริ่มระดมไล่ต่อยทั่วร่างกาย ตนจึงรีบวิ่งไปหยิบมุ้งในเพิงพักมาคลุมร่างกายก่อนจะวิ่งหนีออกมาที่ปากซอย แต่ก็ยังถูกฝูงผึ้งหลวงตามไล่ต่อยไม่หยุดแม้จะมีมุ้งคลุมตัวอยู่ก็ตาม จนตนต้องร้องตะโกนให้คนที่ผ่านไปมาแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยเหลือ
นายสุทิน กล่าวว่า สาเหตุที่ตนถูกฝูงผึ้งตามไล่ต่อยนั้น น่าจะมาเรื่องที่ตนไปเอาเศษแผ่นไม้บริเวณศาลมาทำฟืน โดยไม่ได้บอกกล่าวกับศาลหรือเจ้าของที่ จึงทำให้ถูกฝูงผึ้งหลวงตามมาต่อย ซึ่งในรอบแรกตนต้องวิ่งหนีไปหลบอยู่ในร้านสะดวกซื้อ
พอในรอบที่ 2 ตนต้องใช้มุ้งมากางคลุมร่างกายไว้ เพราะฝูงผึ้งบินตามมาไล่ต่อยเยอะมาก ตอนนี้ตนเชื่อแล้วว่าสาเหตุที่ตนถูกฝูงผึ้งหลวงไล่ต่อย มาจากอาถรรพ์ที่ตนไปนำไม้ที่ศาลมาก่อฟืน เนื่องจากระหว่างที่ตนนำไม้ชิ้นดังกล่าวมาก่อฟืน ตนได้กลิ่นบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับไสยศาสตร์ลอยฟุ้งออกมา
ทางด้านนางอัจฉราวรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี พลเมืองดีที่โทรแจ้งกู้ภัย กล่าวว่า บ้านตนอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตประมาณ 500 เมตร ตนจึงเดินมาที่ร้านค้าห่างจากที่พบคนถูกผึ้งต่อยประมาณ 50 เมตร ระหว่างนั้นมองไปเห็นว่ามีผู้ชายใช้มุ้งคลุมร่างกายนั่งอยู่ริมถนน ซึ่งรอบตัวเขามีฝูงผึ้งจำนวนมากบินตอมวนเวียนอยู่รอบตัว
โดยคนที่ร้านค้าแถวนั้นแจ้งว่าเห็นชายคยนี้ถูกผึ้งไล่ต่อยมาตั้งแต่บ่ายแล้วโดยผึ้งบินตามชายคนนี้มาเป็นฝูงเลย ต่อมามีชาย 2 คนพยายามเข้าไปช่วยเหลือก็ถูกผึ้งไล่ต่อยจนต้องวิ่งหนีกันไป ตนจึงได้แจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยเหลือชายคนดังกล่าว
ภายหลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้ความช่วยเหลือแล้ว นายสุทินผู้บาดเจ็บปฏิเสธที่จะไปโรงพยาบาล เนื่องจากไม่มีอาการเจ็บปวดและไม่มีไข้ ส่วนรอยผึ้งต่อยก็ค่อยๆยุบลง จึงไม่มีอาการแพ้พิษจากเหล็กในของผึ้ง ก่อนจะขอตัวเดินกลับไปพักอาศัยอยู่ที่อื่นแทนเป็นการชั่วคราวก่อน เพราะยังไม่แน่ใจว่าหากกลับไปพักอาศัยอยู่ในเพิงพักที่เดิม จะถูกฝูงผึ้งหลวงกลับมาไล่รุมต่อยต่ออีกหรือไม่



