สาวหอบหลักฐานร้อง เจอพนักงานสินเชื่อแบงก์ตีสนิทลวงช่วยกู้เงินทำยอด สุดท้ายได้เงินโอนคืนให้หมดปิดบัญชีกู้ เจอยักยอกเงินเกือบ 7 แสนไปกินเที่ยวเปย์เด็ก
วันที่ 19 พ.ค.2568 น.ส.พัชรา อายุ 32 ปี เจ้าของร้านหมูกระทะ หอบเอกสารหลักฐานสลิปการรับและโอนเงิน เข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือกับ นายวีรยุทธ ศิริเรืองประภา ทนายความที่อำเภอกระสัง จ.บุรีรัมย์ ระบุถูกพนักงานฝ่ายสินเชื่อธนาคารแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าในตัวเมืองบุรีรัมย์ ตีสนิทหลอกลวงช่วยทำเรื่องกู้เงินเพื่อทำยอดเอาค่าคอมจากการปล่อยสินเชื่อ สุดท้ายยักยอกเงินเกือบ 7 แสนไป
น.ส.พัชรา เปิดเผยเรื่องที่เกิดขึ้นว่า มีพนักงานฝ่ายสินเชื่อซึ่งรู้จักกับเพื่อนในกลุ่มเข้ามาตีสนิทจนตายใจ ก่อนหลอกล่อให้ช่วยทำเรื่องกู้เงิน โดยอ้างว่าแค่ทำยอดเพื่อให้ได้ค่าคอมจากการปล่อยสินเชื่อเท่านั้น เมื่อยอมทำเรื่องกู้เงินให้ทั้งที่ตอนนั้นไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้เงิน แต่คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไรเพราะคนที่ขอให้กู้ก็ทำงานที่ธนาคารและดูแลเรื่องการปล่อยสินเชื่อเอง
” เมื่อเรื่องกู้เงินผ่านการอนุมัติจากธนาคาร จากนั้นวันที่ 19 ก.ย.2566 ธนาคารโอนเงินเข้าบัญชี 699,645 บาท จากยอดที่กู้ไป 7 แสนบาท ส่วนต่างที่เหลือธนาคารหักประกันเงินกู้ แต่หลังจากได้รับเงินจากธนาคารโอนมาแล้ว เราได้โอนกลับไปให้พนักงานสินเชื่อ ยอดแรกวันที่ 21 ก.ย.2566 จำนวน 4 แสนบาท และทยอยโอนที่เหลือไปครั้งละ 5 พัน ถึง 6 หมื่นบาทจนครบตามยอดกู้มาภายในเวลา 6 เดือน โดยโอนเงินทั้งหมดเข้าบัญชีพนักงานคนนั้น เพราะเขาบอกว่าจะเป็นคนเอาเข้าระบบชำระคืนธนาคารเอง ”
ต่อมาช่วงเดือน ส.ค.2567 มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายเร่งรัดหนี้ของธนาคารโทรมาแจ้งว่า ค้างชำระเงินกู้ เราก็ตกใจ เพราะเข้าใจมาตลอดว่าเงินที่โอนให้ไปจะถูกนำเข้าระบบชำระหนี้ของธนาคาร รีบโทรติดต่อพนักงานคนนั้นทันที แต่เขาอ้างว่าเอาเงินเข้าโอนลอยไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้นำเข้าระบบ เดี๋ยวจะจัดการเอง เราก็เริ่มไม่สบายใจตรวจสอบกับธนาคารพบว่า มีการชำระเงินที่กู้ไปแค่แสนกว่าบาทเท่านั้น ที่เหลือยังค้างชำระอยู่ จนกระทั่งเดือน ก.ย.2567 ตัดสินนำหลักฐานเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์
น.ส.พัชรา เล่าต่อว่า ครั้งแรกพนักงานมายอมรับกับตำรวจและรับปากจะหาเงินมาทยอยจ่ายคืน แต่พอถึงกำหนดก็ไม่จ่าย ล่าสุดไม่สามารถติดต่อได้ ตอนนี้เดือดร้อนมากเพราะนอกจากจะถูกหลอกให้กู้เงินแล้ว ยังถูกทางธนาคารเร่งรัดทวงหนี้ทั้งที่จ่ายให้พนักงานสินเชื่อไปครบหมดแล้ว แต่กลับถูกยักยอกไปใช้ส่วนตัว เท่าที่รู้น่าจะเอาไปกินเที่ยวและเปย์เด็ก เพราะเขาเป็น LGBTQ เราพยายามเดินทุกอย่างทั้งแจ้งความ และทำเรื่องถึงธนาคารสาขาที่เกิดเรื่อง แต่ธนาคารก็แจ้งแค่ว่าได้ไล่พนักงานออกแล้ว ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบใดๆ หนำซ้ำกลับเร่งรัดทวงหนี้อีก ควรจะไปติดตามทวงกับพนักงานที่เป็นคนยักยอกเอาไป เรามองว่าไม่มีความเป็นธรรม ฝากถึงแบงก์ชาติให้ตรวจสอบด้วย ไม่ใช่ผลักความรับผิดชอบให้ลูกค้า
ด้านนายวีรยุทธ ระบุ เบื้องต้นได้ทำเรื่องไปยังธนาคารชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ทั้งให้ระงับการดำเนินคดีกับผู้เสียหาย และธนาคารควรจะไปติดตามเงินจากพนักงานก่อน เพราะตอนกระทำความผิดยังมีสถานะเป็นพนักงานของธนาคารฯ ดังนั้นธนาคารก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายซึ่งเป็นลูกค้า และเท่าที่ทราบข้อมูลมีลูกค้าที่ถูกพนักงานสินเชื่อคนนี้ยักยอกเงินลักษณะนี้มาแล้ว 3 ราย ส่วนเรื่องคดีที่ผู้เสียหายรายนี้ที่ไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ ล่าสุดทราบว่ามีการออกหมายจับพนักงานฝ่ายสินเชื่อแล้ว

