ขอนแก่น แท็กซี่ พร้อมบุกกรุงเทพฯ ร่วมขบวนทัพปิดทำเนียบ จี้รัฐบาล จัดการจริงจัง จัดระเบียบรถป้ายดำ-รถให้บริการผ่านแอป ต้นเหตุ ทำลูกค้าหาย-รายได้หด แบกทุนค่าใช้จ่ายตามระเบียบขนส่ง
22 พ.ค. 68 – ที่ชมรมแท็กซี่สนามบินขอนแก่น ตั้งอยู่หลังโรงแรมราชาวดี รีสอร์ท แอนด์ โฮเต็ล ผู้ประกอบการแท็กซี่สนามบินขอนแก่น กว่า 40 คัน พูดคุยและติดตามสถานการณ์ การรวมตัวกันของสหกรณ์แท็กซี่กรุงเทพฯ

ซึ่งมีการเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดระเบียบและดำเนินการตามข้อกฏหมาย กลุ่มผู้ให้บริการรถสาธารณะ ผ่านระบบแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะแกร็บ, โบลท์, แม็กซิม และกลุ่มรถป้ายดำ เนื่องจากขณะนี้ผู้ประกอบการแท็กซี่ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดได้รับผลกระทบอย่างมาก
นายอำพล โคตรบุญมา ประธานชมรมแท็กซี่สนามบินขอนแก่น กล่าวว่า ปัญหารถป้ายดำ และปัญหาของรถส่วนบุคคล ที่มารับจ้างผ่านระบบแอปพลิเคชัน เป็นปัญหา ที่ผู้ประกอบการแท็กซี่เรียกร้องและต่อสู้มาตลอด แต่ก็ไม่มีหน่วยงานใดทำจริงจัง หรือมีความชัดเจนในเรื่องนี้

กระทั่งล่าสุดผู้ประกอบการแท็กซี่ที่กรุงเทพฯ ได้รวมตัวกัน เพื่อเรียกร้องให้เกิดการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหา ส่วนที่ขอนแก่น ทุกวันรถแท็กซี่ที่ขึ้นทะเบียนกับสนามบินและเป็นสมาชิกชมรมฯ มีมาให้บริการวันละ 40 คัน ทุกวันต้องแข่งกันรถแท็กซี่ป้ายดำ วันละ 6 คัน และรถส่วนบุคคลที่มารับจ้างผ่านแอปพลิเคชั่นอีกว่า 30 คัน ทั้งที่สนามบินต่างจังหวัด มีเที่ยวบินเฉพาะ ช่วงเช้า ช่วงเที่ยง และช่วงเย็น
“แท็กซี่ถูกกฎหมาย ต้องปฎิบัติตามระเบียบ กรมการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นต้นทุนที่ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบ ทั้งเรื่องใบขับขี่รถสาธารณะของคนขับรถแต่ละคัน การทำประกันภัยชั้น 1 ประเภทรถต้องมีเครื่องยนต์และขนาดที่กำหนด การเข้ารับการตรวจสอบตามรอบที่กำหนด การอบรมพนักงานขับขี่ และการฝึกการปฐมพยายาลเบื้องต้น

ขณะที่รถยนต์ส่วนบุคคล ที่มาขับให้บริการนั้นใช้รถอะไรก็ได้ ใบขับขี่รถสาธารณะก็ไม่มี บางคันก็ไม่มีประกันภัย ดังนั้นการออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ หวังว่า รัฐบาลจะแก้ไขปัญหา และช่วยคนที่ทำมาหากินอย่างถูกต้องให้ได้รับความชอบธรรมเสียที”
ขณะที่ นายทวีโชค สาใส รองประธานชมรมแท็กซี่สนามบินขอนแก่น กล่าวว่า รถป้ายดำและรถยนต์ส่วนบุคคล ที่มารับจ้างผ่านระบบแอปพลิเคชั่น บางคันแต่งรถแบบแท็กซี่ ขณะที่บางคนก็ห้อยคำว่าแท็กซี่ เดินหาลูกค้าในสนามบิน ซึ่งก็มีทั้งตำรวจพื้นที่ ตำรวจท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่สนามบินพบเห็นแต่ก็ไม่ทำอะไร

ส่วนแท็กซี่ที่ถูกต้อง ซึ่งต้องรันคิว กำหนดรอบของการรับ-ส่งผู้โดยสาร ทุกคันตรวจสอบได้ กดมิเตอร์ และสามารถติดตามได้ หากผู้โดยสารลืมสิ่งของ แต่ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือแก้ไขใดๆ ที่สำคัญเฉพาะสนามบินขอนแก่น ที่รถถูกต้อง ต้องแข่งกับรถส่วนบุคคล ที่มาให้บริการแบบผิด อีกวันละกว่าหลายสิบคัน
จึงขอเป็นกำลังใจให้กับสหกรณ์แท็กซี่กรุงเทพฯ ได้เดินหน้าต่อสู้ต่อไปอย่างเต็มที่ และหากต้องการพลังจากแท็กซี่จากต่างจังหวัด เพื่อร่วมกันปิดทำเนียบรัฐบาล แท็กซี่ขอนแก่น พร้อมที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ทันที เพราะเป็นเรื่องที่ร่วมต่อสู้กันมาโดยตลอด