เปิดภารกิจ กู้ซากเรือเมียนมา เกยปะการัง หมู่เกาะสุรินทร์ 9 มิ.ย.นี้ หวั่นน้ำมัน 7 พันลิตร- ถุงปูนซีเมนต์กว่า 3 พันกระสอบรั่ว แจ้ง 5 ฐานความผิดแล้ว
กรณีเรือขนส่งสินค้า สัญชาติเมียนมา ชื่อเรือ “MV.AYAR LINN” ชนแนวปะการังและเกยตื้นอยู่บนแนวปะการังบริเวณอ่าวจาก ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 68 ทำให้แนวปะการังเสียหายประมาณ 150 ตารางเมตร นั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2568 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า หลังจากส่งเจ้าหน้าที่ดำน้ำลงไปสำรวจความเสียหายแล้ว เตรียมจะต้องกู้เรือออกจากบริเวณดังกล่าวโดยเร็ว โดยกรมอุทยานฯ ขอรับการสนับสนุนจากกองทัพเรือภาคที่ 3 จ.ภูเก็ต จะนำเรือหลวงปันหยี เข้ามาช่วยในการกู้เรือออกจากบริเวณแนวปะการัง โดยจะมีการประชุมในวันพรุ่งนี้ (6 มิ.ย.) เพื่อพิจารณาหาช่วงเวลาที่เหมาะสมในการกู้เรือ

อธิบดีกรมอุทยานฯ ระบุว่า เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงมรสุม ทะเลมีคลื่นลมแรง จึงทำให้ต้องดำเนินการกู้เรือลำดังกล่าวออกไปให้เร็วที่สุด เพราะกระแสคลื่นลมอาจส่งผลให้ตัวเรือแกว่งไปมาจนทำให้แนวปะการังได้รับความเสียหายเพิ่มเติมได้ เบื้องต้นคาดว่าจะมีการกู้เรือขนส่งสินค้าภายใน 1 สัปดาห์ เร็วสุดจะเริ่มภารกิจ 9 มิ.ย.นี้ โดยจะใช้การดันให้เรือลอยขึ้นเพื่อลดความเสียหายต่อแนวปะการังเพิ่มเติม
นายอรรถพล กล่าวอีกว่าในการเข้าไปกู้เรือ จะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ต้องรอเวลาน้ำนิ่ง เพื่อที่จะต้องใช้เจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ช่วยกันประคับประคองตัวเรือและค่อยๆ ลากออกไปตามแนวปะการังที่เสียหายเดิม ส่วนข้อกังวลเรื่องน้ำมัน 7,000 ลิตรในท้องเรือ อาจเสี่ยงรั่วไหลนั้น ของน้ำมันยังไม่พบ เนื่องจากในขณะที่เรือเข้ามาเกยตื้น ไม่ได้อยู่ในระหว่างเครื่องยนต์ของเรือกำลังติดอยู่ แต่มีการดับอยู่แล้ว จึงทำให้น้ำมันยังอยู่ในตัวเรือ แต่อย่างไรก็ตามได้ใช้ทุ่นกักน้ำมันเชื้อเพลิงมาล้อมรอบตัวเรือไว้อยู่ เพื่อเป็นการป้องกันผลกระทบอีกชั้นหนึ่ง
ส่วนเรื่องของการเก็บขยะภายในเรือที่หลุดลอยออกมาก็จะทำคู่ขนานไปกับตอนกู้เรือ แต่ที่น่ากังวลสุดคือการเก็บกู้ถุงปูนซีเมนต์กว่า 3 พันกระสอบ หรือ 150 ตัน ภายในเรือออกมา เพราะมีปริมาณมาก อีกทั้งปะการังที่เกิดการแตกหัก ต้องปล่อยให้ฟื้นฟูด้วยตัวมันเองตามธรรมชาติ
เบื้องต้นได้หารือกับนักวิชาการกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ว่าอาจจะมีการช่วยปลูกปะการังเสริมเข้าไป หรือหาวิธีช่วยให้ธรรมชาติในการฟื้นฟู เช่น การต่อปะการังที่แตกหักกลับเข้าไป เพื่อให้เกิดการฟื้นตัวได้ไวขึ้น ซึ่งเชื่อว่าอาจจะใช้เวลา 1-2 ปี ก็น่าจะดีขึ้น โดยเฉพาะปะการังสีน้ำเงิน เพราะพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย 150 ตารางเมตร

สำหรับการดำเนินคดี ตอนนี้ยังไม่เจอตัวเจ้าของเรือตัวจริง แต่ทราบว่ามีตัวแทนจากประเทศไทยเข้าไปพูดคุยกับพนักงานสอบสวนแล้ว เบื้องต้นทางอุทยานฯหมู่เกาะสุรินทร์ ได้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อสภ.คุระบุรี จ.พังงา ใน 5 ฐานความผิดตามพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 แล้ว