คณะกรรมการแพทยสภา เปิดขั้นตอนออกคำสั่ง ลงโทษทางจริยธรรม 3 หมอ ชี้ “พักใบอนุญาต” ต้องแจ้งต่อสาธารณะ คาดคำสั่งออกภายในสัปดาห์นี้
16 มิ.ย. 68 – ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า ภายหลัง ที่ประชุมคณะกรรมการแพทยสภา เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 68 มีมติเสียงเกิน 2 ใน 3 ยืนยันมติ คณะกรรมการแพทยสภา เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 68 โดยให้ลงโทษแพทย์ 3 คน ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ (รพ.ตร.)

ซึ่งมีทั้งว่ากล่าวตักเตือน และพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม เป็นเวลา 3 เดือน และ 6 เดือน ขณะนี้แพทยสภา อยู่ระหว่างทบทวนรายละเอียดเอกสารคำสั่งลงโทษ ก่อนส่งให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในขั้นตอนต่อไปนั้น วันที่ 16 มิ.ย. 68
รศ. (พิเศษ) นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ กรรมการแพทยสภา โพสต์เฟซบุ๊กเปิดเผยเกี่ยวกับคำสั่งลงโทษทางจริยธรรมของแพทยสภา ว่า มีคนถามมากันมาก เกี่ยวกับคำสั่งลงโทษทางจริยธรรมของแพทยสภามีกี่ระดับ และแตกต่างกันอย่างไร และจะมีผล รวมทั้งสิ้นสุดเมื่อใด
คำตอบคือ มี 4 ระดับ 1. ว่ากล่าวตักเตือน (Warning / Admonition) 2. ภาคทัณฑ์ (Probation) 3. พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 2 ปี (Temporary licence suspension) และ 4. เพิกถอนใบอนุญาต (Licence revocation)
รศ. (พิเศษ) นพ.เมธี ระบุว่า ปกติที่ผ่านมา แพทยสภา จะไม่เปิดเผยคำสั่งลงโทษต่อสาธารณะ โดยคำสั่งจะถูกส่งไปยัง 1. ผู้อำนวยการสถานพยาบาลของรัฐและผู้ดำเนินการสถานพยาบาลเอกชน 2. ผู้บังคับบัญชาสูงสุดในส่วนราชการ หรือผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาลที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ถูกลงโทษปฏิบัติงาน 3. ประธานอนุกรรมการสอบสวนที่เกี่ยวข้อง
แต่หากการลงโทษหนักถึงขั้นพักใช้ใบอนุญาต หรือเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ คำสั่งจะต้องถูกส่งเพิ่มไปยัง 1. ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ
2.นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) แห่งท้องที่ซึ่งผู้ถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมนั้นได้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมอยู่
3.หัวหน้าสถานีตำรวจแห่งท้องที่ซึ่งผู้ถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมนั้นได้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมอยู่
เหตุผลที่ต้องส่งเพิ่มไปยังรายนามข้างต้นเพิ่มเติม เพราะโทษการพักใช้ หรือเพิกถอนจะกระทบกับการทำงานในตำแหน่งอื่นที่จำเป็นต้องใช้ใบประกอบวิชาชีพด้วย เช่น ตำแหน่งผู้ดำเนินการสถานพยาบาลตาม พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานพยาบาล ที่แพทย์จำเป็นต้องมีใบประกอบวิชาชีพ
แต่ไม่กระทบต่อตำแหน่งที่ใช้เพียงปริญญาแพทยศาสตร์ เช่น ยังสามารถเป็นอาจารย์สอนแพทย์ บรรยายวิชาการ หรือให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการแพทย์ได้ ส่วนโทษมีผลเริ่มต้นและสิ้นสุดเมื่อใด สำนักงานเลขาธิการฯ จะส่งคำสั่งพร้อมระบุระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุด ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องดังกล่าวโดยตรง
รศ. (พิเศษ) นพ.เมธี ระบุว่า ความแตกต่างของโทษ ไม่มีบัญญัติโดยชัดแจ้งใน พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม ว่าต่างกันอย่างไร แต่ตามความเห็นส่วนตัวที่ช่วยงานแพทยสภามานาน
1. ว่ากล่าวตักเตือน คณะกรรมการเห็นว่า ความผิดเล็กน้อย ส่วนใหญ่เป็นความผิดโดยไม่มีเจตนา ไม่มีผลประโยชน์ใดๆ ที่มิชอบจากการกระทำผิดนั้นๆ ประกอบกับมีเหตุลดโทษ จึงลงโทษเบาที่สุด เพื่อให้ทราบความผิดและตักเตือนมิให้กระทำผิดอีก
2. ภาคทัณฑ์ ทำความผิดรุนแรง อาจจะเจตนาหรือไม่ก็ได้ แต่มีผลกระทบต่อคนไข้หรือสังคม ควรพักใช้ใบประกอบวิชาชีพชั่วคราว แต่มีเหตุควรงดเว้นโทษพักใช้ เห็นควรให้โอกาสปรับปรุงตัว แต่หากกระทำผิดซ้ำอีก ความผิดคราวนี้จะนำไปเป็นเหตุเพิ่มโทษในอนาคต
3. พักใช้ใบประกอบวิชาชีพชั่วคราว สูงสุดไม่เกิน 2 ปี ทำผิดรุนแรงมาก ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยหรือสังคมอย่างรุนแรง โทษระดับนี้ส่วนใหญ่ คือ โทษที่ตั้งใจกระทำ (Intention) และ มีผลประโยชน์แอบแฝง (Conflict of interest) จึงควรเพิกถอนแต่ยังมีเหตุลดโทษ จึงให้พักใช้ชั่วคราว เพื่อมิให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม และเป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลเป็นการชั่วคราว การพักใช้แค่ไม่กี่วัน จนถึงสูงสุดไม่เกิน 2 ปี ในระยะเวลาที่ถูกพักใช้ หากกระทำการเข้าข่ายประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือกระทำการที่ผิดกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพเวชกรรม อาจจะถูกลงโทษเพิ่มด้วยการเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ
4. เพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ ทำผิดร้ายแรงมาก ไม่มีเหตุอันควรปราณี ไม่อนุญาตให้กลับมาประกอบวิชาชีพเวชกรรมอีกต่อไป หลังจากนี้ หากกระทำผิดในฐานประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือ ผิดกฎหมายที่ต้องใช้ความเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในการทำงานด้วย อาจได้รับโทษตามกฎหมายอาญา หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก เช่น โทษจำคุกตาม ปอ.ม.44 แห่ง พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม
จะเห็นว่า การลงโทษ “มิได้มุ่งแต่ว่า ต้องมีผู้ป่วยหรือญาติได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาลเท่านั้น” แต่เพื่อป้องปรามมิให้ใช้ความรู้จากการประกอบวิชาชีพเวชกรรมไปกระทำผิด และส่งผลให้มีการเสื่อมเสียต่อหมู่คณะด้วย (เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์วิชาชีพ) ซึ่งหลักการนี้ มีอยู่ในทุกสภาวิชาชีพ โดยเฉพาะวิชาชีพด้านสาธารณสุข เพื่อปกป้องหมู่คณะวิชาชีพเดียวกัน และเป็นการให้เกียรติสังคมที่ไว้ใจให้ปกครองกันเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับตั้งแต่ คณะกรรมการแพทยสภา มีการโหวตเสียงเกิน 2 ใน 3 ยืนยันมิตเดิมลงโทษแพทย์ทั้ง 3 คน จาก รพ.ราชทัณฑ์ และ รพ.ตำรวจ จนถึงขณะนี้ แพทยสภายังไม่ได้ออกคำสั่งไปยังบุคคล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม คาดว่า จะมีการออกคำสั่งภายในสัปดาห์นี้