ญาติ ปรี่ประชาทัณฑ์ มือฆ่า ‘ยี่ถุงซิ่ง’ ที่แท้เป็นอริต่างหมู่บ้าน มาเคลียร์ปัญหา แต่ไม่ลงตัว ก่อนทะเลาะกัน อ้างโดนขวดเบียร์ฟาดก่อน ยื้อแย่งปืน ลั่นใส่หัวดับ
กรณี นายอ้วน หรือ ยี่ถุงซิ่ง อายุ 33 ปี ชาวจ.สมุทรสาคร ถูกทำร้ายเสียชีวิต บริเวณริมถนนแคราย หมู่ที่ 5 ต.แคราย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร มีบาดแผลที่ศีรษะด้านซ้าย และมีขวดเบียร์ แตกกระจายเต็มพื้นที่ ฝั่งตรงข้ามพบ รถจักรยานยนต์ สีน้ำเงินหมายเลข ทะเบียน 1กม 7629 นครปฐม ตรวจสอบ เอกสารคู่มือประจำรถพบว่าเป็นของผู้เสียชีวิต จอดอยู่นั้น นอกจากนี้ ก่อนที่นายอ้วนจะเสียชีวิต ยังพบว่ามีการโพสต์เฟซถ่ายภาพคู่กับชายวัยรุ่นคนหนึ่งด้วย ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
ความคืบหน้า วันที่ 22 มิ.ย.68 ที่สภ.กระทุ่มแบน ภายใต้การสั่งของการของ พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร, พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สิทธิโชคธรรม ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร, พ.ต.อ.สร ซื่อตรงพานิช ผกก.สภ.กระทุ่มแบน พ.ต.ท.รณเดช บุตรศรี รอง ผกก.สอบสวน สภ.กระทุ่มแบน,
พ.ต.ท.ชุมพร ฉัตร์สงวนชัย รอง ผกก.ป.สภ.กระทุ่มแบน, พ.ต.ท.ไชยภูมิ ฉลองภูมิ รอง ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร, พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ ชูบุญเรือง รอง ผกก.สส.สภ.กระทุ่มแบน และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนฯ ร่วมกันนำตัว นายธีทัต อายุ 32 ปี ผู้ต้องหามาสอบปากคำที่ สภ.กระทุ่มแบน
พร้อมกับอาวุธปืนขนาด 9 มม.และเครื่องกระสุนปืน ซึ่งในช่วงจังหวะที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหามาถึงหน้า สภ.กระทุ่มแบนนั้น ก็ปรากฏว่ามีญาติๆ และเพื่อนๆของผู้เสียชีวิต มารอที่หน้าโรงพัก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าทุกคนอยู่ในอาการทั้งเศร้าและโมโห จึงบอกกล่าวให้ทุกคนใจเย็นๆ และขอให้รักษาความสงบเรียบร้อย ห้ามดำเนินการใดๆที่ฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือขัดขวางการปฏิบัติงานฯ
โดยพยายามกันทุกคนให้อยู่ห่างจากผู้ต้องหามากที่สุด แต่ปรากฏว่าขณะที่ตำรวจกำลังนำตัวผู้ต้องหาลงจากรถเดินเข้าประตูโรงพักนั้น มีชายคนหนึ่งที่แอบซ่อนตัวอยู่ด้านในโรงพัก พุ่งเข้ามาพยายามที่จะทุบตีผู้ต้องหา ทางตำรวจจึงรีบควบคุมตัวออกไป แล้วรีบนำตัวผู้ต้องหาไปสอบปากคำ
จากการสอบปากคำนายธีทัต นานเกือบ 1 ชั่วโมง ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นคนฆ่านายอ้วนเสียชีวิต โดยเมื่อคืนนี้ตนโทรเฟซคุยกับผู้ตาย เพื่อเคลียร์ปัญหาที่มีต่อกันมานานแล้ว ซึ่งเป็นปัญหาระหว่างหมู่บ้าน พอเจอหน้ากันก็พูดแขวะกันบ่อยครั้ง
กระทั่งก่อนเกิดเหตุตนออกมาข้างนอก ก็มาเจอผู้เสียชีวิตและเพื่อนๆ ตรงที่เกิดเหตุโดยบังเอิญ ก็เลยพูดคุยกันอีก จนเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นลง ถ่ายภาพคู่กันตามที่ผู้ตายโพสต์เฟซ เพื่อนๆ ก็แยกย้ายกันกลับไป เหลือเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น แต่จังหวะที่กำลังจะแยกย้ายกันกลับ
ก็ปรากฏว่ามีปัญหาเกิดขึ้นอีก และมีปากเสียงกัน ผู้ตายใช้ขวดเบียร์ตีตนก่อน ตนจึงใช้ปืน เพื่อป้องกันผู้ตายเข้ามาทำร้ายตน แต่ผู้ตายกลับพยายามจับมือจะคว้าปืนในมือของตนไป ตนก็เลยปัดมือออก ไม่รู้ว่าปืนลั่นไปถูกตรงไหนของผู้ตายเสียชีวิต ซึ่งหลังเกิดเหตุตนก็ขับรถกลับบ้าน แล้วก็มาถูกตำรวจ ตามมาจับกุมไว้ได้
ด้าน พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร กล่าวว่า ปมปัญหาจากการสอบปากคำก็มาจากปัญหาระหว่างหมู่บ้านที่มีมานานแล้ว และเคลียร์กันไม่ลงตัว ส่วนคำให้การของผู้ต้องหานั้น จะเป็นจริงมากน้อยเพียงใด ต้องรอการสอบปากคำผนวกกับพยานที่พบในที่เกิดเหตุ
รวมถึงบาดแผลทั้งจากร่างกายของผู้เสียชีวิตและผู้ก่อเหตุด้วย ทั้งนี้หลังจากสอบสวนเสร็จ ทางผู้บังคับการ เดินเข้าไปพบกลุ่มเพื่อนผู้ตาย พูดคุยทำความเข้าใจ และให้แยกย้ายกันกลับบ้านไปก่อน
สำหรับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็กำลังตรวจสอบหลักฐานทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อส่งสำนวนพร้อมผู้ต้องหาต่อศาลจังหวัดสมุทรสาคร ส่วนข้อกล่าวหาเบื้องต้นตั้งไว้ว่า พาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะ หมู่บ้าน หรือชุมชน โดยไม่ได้รับอนุญาต, ครอบครองอาวุธและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตและฆ่าผู้อื่น ส่วนการทำแผนประกอบคำรับสารภาพนั้น ทางผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทั้งหมดและไม่ประสงค์จะทำแผนฯ จึงอาจจะไม่นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ แต่อย่างใดทั้งสิ้น
ด้าน น.ส.อำต้น 33 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต เล่าว่า เมื่อเย็นวานนี้สามีบอกว่า จะออกไปหาเพื่อน ซึ่งก็ทำเป็นประจำในทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร กระทั่งมารู้ว่าสามีถูกฆ่าตาย
ทั้งรู้สึกเสียใจและตกใจมาก เพราะสามีเป็นเสาหลักของครอบครัว ทั้งเรื่องการทำมาหากินที่ช่วยกันรับซื้อถุงเก่ามารีไซเคิล และยังเป็นพ่อของลูกอีก 4 คน ตนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องลงมือฆ่ากันอย่างนี้ ส่วนสาเหตุนั้นตนไม่รู้อะไร เพราะสามีไม่เคยเล่าอะไรให้ฟัง





