แม่สาย เตือนประชาชนริม แม่น้ำสาย ระวังน้ำป่าไหลหลาก หลังต้นน้ำในเมียนมา มีระดับเพิ่มสูงกว่าร้อยละ 80 อาจเกิดน้ำหลากจนเอ่อล้นตลิ่งในไทย
เมื่อวันที่ 4 ก.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นำรถติดเครื่องขยายเสียงออกประกาศไปตามถนนสายต่างๆ และจัดกำลังพลเข้าหาชาวบ้านตามพื้นที่เสี่ยง
เพื่อแจ้งเตือนภัยให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำสาย ตั้งแต่พื้นที่หัวฝาย ชุมชนถ้ำจม สายลมจอย เกาะทราย ไม้ลุงขน ยาวไปถึงพื้นที่ชุมชนเหมืองแดง ให้เฝ้าระวังการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำสายล้นตลิ่ง
ภายหลังได้รับการแจ้งเตือนจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยว่าปริมาณน้ำสายเพิ่มระดับขึ้นสูงที่จุดวัดระดับน้ำโจตาดา ที่อยู่ทางต้นน้ำสายในเขตประเทศเมียนมา โดยมีระดับสูงขึ้นกว่าร้อยละ 80 ทำให้อาจเกิดน้ำหลากจนเอ่อล้นตลิ่งในเขตประเทศไทยได้
นายวรายุทธ กล่าวว่า จากการตรวจสอบน้ำสาย ล่าสุดพบว่าปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น เทียบเท่ากับระดับน้ำท่วมครั้งเมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่ด้วยปัจจุบันมีการเสริมแนวพนังและวางบิ๊กแบ็คให้สูงขึ้นตลอดแนว ทำให้น้ำไม่ได้ทะลักหรือเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน เหมือนครั้งที่ผ่านมา จะมีรั่วตามรูบ้าง แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะทำให้เกิดน้ำขังหรือต้องสูบน้ำออก ซึ่งจะดำเนินการอุดรูรั่วเหล่านี้
จากการติดตามสถานการณ์น้ำที่โจตาดา ล่าสุดก็พบว่าปริมาณน้ำลดลงแล้ว แม้ตอนนี้น้ำสายจะเพิ่มขึ้น แต่ก็คงจะไม่มาก ยังต่ำกว่าสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ถึง 70 เซนติเมตร ขณะที่พนังกั้นแม่น้ำและแนวบิ๊กแบ็คยังรับน้ำได้อีกกว่า 1 เมตร ยังรองรับปริมาณน้ำได้
อย่างไรก็ตามเพื่อความไม่ประมาท แจ้งให้ประชาชนริมฝั่งแม่น้ำ ให้ขนย้ายทรัพย์ไว้บนที่สูง ย้ายรถในพื้นที่ลุ่มมาจอดไว้บริเวณที่ว่าการอำเภอ และเตรียมความพร้อมในการอพยพไว้ก่อน หากน้ำมีปริมาณเพิ่มขึ้นหรือล้นตลิ่งก็สามารถออกพื้นที่ได้ทันที พร้อมกับให้ติดตามข่าวสารของทางราชการอย่างใกล้ชิด
เจ้าหน้าที่ทหารกรมการทหารช่าง ยังคงเดินหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อลดผลกระทบจากดินโคลนน้ำหลากในเขตชายแดนไทย-เมียนมา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายอย่างต่อเนื่อง โดยนำรถแบคโฮทำการตักทรายในลำน้ำสายบรรจุใส่ถังบิ๊กแบ็คทำเป็นแนวกั้นตลอดแนวน้ำสาย ตั้งแต่ชุมชนถ้ำผาจมยาวไปถึงชุมชนไม้ลุงขน ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร
ทั้งนี้นอกจากจะเป็นการเสริมแนวป้องกันเขตชุมชนเศรษฐกิจ ยังถือเป็นการขุดลอกลำน้ำสายที่ตื้นเขินให้ลึกลงสามารถรองรับปริมาณน้ำได้มากขึ้นไปในตัวด้วย
สำหรับความคืบหน้าล่าสุดของงานขุดลอกดินตะกอนในแม่น้ำรวกฝั่งไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในลำน้ำสายหลักที่มักมีน้ำหลากในช่วงฤดูฝน ขณะนี้มีผลการดำเนินงานคืบหน้าไปแล้ว 65.91% โดยเป็นการเปิดทางน้ำและลดความเสี่ยงจากการท่วมขังที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ชุมชนและเศรษฐกิจ
ในขณะเดียวกัน ดำเนินการอุดและเสริมแนวป้องกันชั่วคราวบริเวณเขตชุมชนเศรษฐกิจ เพื่อรอการก่อสร้างแนวป้องกันถาวรตามแผนของกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยงานในส่วนนี้มีความคืบหน้าแล้ว 73.06% ถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามเร่งด่วนในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมดในช่วงประมาณวันที่ 15 ก.ค.ที่จะถึงนี้ เดิมทีตั้งเป้าจะแล้วเสร็จ 30 มิ.ย. แต่ด้วยมีฝนตกน้ำท่วมทำให้เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานรวมถึงการเจรจากับเจ้าของบ้านในการรื้อถอนที่ต้องใช้เวลา จึงทำให้ล่าช้าไปบ้าง



