จับหนุ่ม ถูกลวงให้ขนต่างด้าว ก่อนโดนบังคับขน ยาบ้าบิ๊กล็อต 4 ล้านเม็ด ให้แฟนสาวขับนำทาง ตร.เรียกตรวจ พิรุธออกแชทมือถือตลอดเวลา ย้อนกลับไปดูที่ปั๊มเลยไม่รอด
เมื่อวันที่ 7 ก.ค.68 พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ทล. สั่งการ พ.ต.อ.วันชนะ ทิพย์อาสน์ ผกก.4 บก.ทล. พ.ต.ท.บดินทร์ ชูเฉลิม สวญ.ส.ทล 2 กก.4 บก.ทล. พ.ต.ท.ทวี ไพรสุวรรณ สว.ส.ทล.2 กก.4 บก.ทล., ร.ต.อ.โอภาส คณะแพง รอง สว.ส.ทล.2 กก.4 บก.ทล.,
ร.ต.ท.สมเกียรติ นราศรี รอง สว.(ป.) ส.ทล.2 กก.4 บก.ทล., ร.ต.ท.มานัตร์ เจริญ รอง สว.(ป.) ส.ทล.2 กก.4 บก.ทล., ร.ต.ต.วาสนา ทิพฤาตรี รอง สว.(ป.)ฯ ปฏิบัติราชการ ส.ทล.2 กก.4 บก.ทล. พ.ต.ท.ณัฐดนัย สีแข่ไตร รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ต.เอกสิทธิ์ อินทร์โทโล่ สว.กก.3 บก.ป.
นำกำลังจับกุม นายโชติวัต (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 4,048,000 เม็ด, รถยนต์ ยี่ห้อ Chevrolet สีเทา ทะเบียน ลพบุรีและโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Iphone สีเทา อีก 1 เครื่อง ได้บริเวณปั๊ม แห่งหนึ่ง ทล.2062 กม.10-11 ต.พระยืน อ.พระยืน จ.ขอนแก่น
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่า จะมีขบวนการลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่ผ่านพื้นที่ จ.ขอนแก่น จึงวางแผนออกตรวจในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อมาถึงบริเวณ ทล.2062 เส้นทางบ้านทุ่ม-พรยืน-มัญจาคีรี พบรถกระบะ สี่ประตู สีแดง ลักษณะโหลดเตี้ย หมวดจังหวัดอุทัยธานีขับผ่านมา จึงเข้าตรวจสอบพบผู้หญิงเป็นคนขับขี่ มีลักษณะต้องสงสัย จึงเข้าสอบถามเบื้องต้นทราบว่า เดินทางไปหาแฟนที่ จ.สกลนคร และกำลังจะเดินทางกลับไป จ.สุพรรณบุรี
จากการตรวจสอบภายในรถไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย แต่หญิงคนดังกล่าวมีลักษณะท่าทางพิรุธ พยายามพิมพ์ข้อความทางโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่เชื่อว่าน่าจะมีรถขนสิ่งของผิดกฎหมายขับตามมาด้านหลัง จึงขับรถย้อนกลับเข้าไปตรวจสอบภายในปั๊ม ปตท. แห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 1 กม.
เมื่อไปถึงพบรถยนต์ ยี่ห้อ Chevrolet สีเทา ทะเบียน ลพบุรี จอดอยู่ภายในปั๊ม มีลักษณะท่าทางพิรุธ จึงตรวจสอบบริเวณโดยรอบ ไม่พบผู้ขับขี่จึงใช้ไฟฉายส่องเข้าไปในรถคันดังกล่าว พบก้อนสี่เหลี่ยมสีดำหลายก้อนอยู่ภายในรถ จึงตรวจสอบพื้นที่บริเวณโดยรอบ พบนายโชติวัต กำลังเดินออกมาจากห้องน้ำภายในปั๊ม เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็วิ่งหลบหนี จึงไล่ติดตามและสามารถควบคุมตัวไว้ได้ จากนั้นนำตัวมาตรวจค้นภายในรถพบของกลางยาบ้าจำนวนดังกล่าว
สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับว่า ตนเป็นคนขับรถคันดังกล่าวจริง โดยในตอนแรกรับการว่าจ้างให้ไปขนคนต่างด้าวที่ จ.บึงกาฬ เข้ามาส่งบริเวณภาคกลาง โดยตกลงค่าจ้างหัวละ 8,000 บาท แต่เมื่อมาถึงจุดนัดหมายที่ปั๊ม ปตท.แห่งหนึ่ง ที่ จ.บึงกาฬ มีชาย 2 คน ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นใคร มาขับรถคันดังกล่าวออกไป และให้ตนนั่งรออยู่ที่ปั๊มประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นชาย 2 คนดังกล่าวขับรถกลับมาพร้อมกับยาบ้าและให้ขับรถนำไปส่ง และข่มขู่เอาชีวิตหากทิ้งงานหลบหนี
ผู้ต้องหา กล่าวต่อว่า จุดหมายปลายทางที่จะส่งของ จะส่ง GPS มาให้ภายหลัง ซึ่งการลักลอบขนยาเสพติดในครั้งนี้มีภรรยาของตน ทำหน้าที่เป็นคนขับรถสเก๊าต์หน้า โดยใช้รถกระบะอีซูซุ สีแดง ทะเบียน อุทัยธานี โดยทำหน้าที่ขับนำคอยตรวจสอบเส้นทาง และแจ้งความคืบหน้าให้เป็นระยะๆ โดยเฉพาะเมื่อเจอด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน” ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป

