ไร้เงา เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก ทำพิธีสามีจิกรรม ในวันเข้าพรรษา หายตัวเงียบไร้วี่แวว ผอ.พศจ.เผยไม่มีข้อมูลว่าสึกหรือยัง หลังมีชื่อพัวพัน สีกากอล์ฟ

เมื่อวันที่ 14 ก.ค.68 ที่ศาลาชินราชธำรงวิศิษฏ์ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร หรือ วัดใหญ่ อ.เมือง จ.พิษณุโลก คณะสงฆ์จังหวัดพิษณุโลก ประกอบพิธีสามีจิกรรม ในวันเข้าพรรษา มีพระเทพรัตนมุนี เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร เป็นประธานในพิธี

โดยมีคณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ ทั้งรองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ รวมถึงเจ้าอาวาสวัดต่างๆ มาร่วมพิธีจำนวนมาก แต่ไร้เงาพระราชรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก ที่หายตัวเงียบไร้วี่แวว และไร้สถานะชัดเจนว่า สึกแล้วหรือไม่ หลังจากมีข่าวพัวพันกับสีกากอล์ฟ

นางสุวลักษณ์ มูลหล้า ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า ในวันนี้ที่ศาลาภายในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จัดพิธีสามีจิกรรมของคณะสงฆ์จังหวัดพิษณุโลก

ซึ่งพิธีดังกล่าวนี้จะทำกันในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา เป็นพิธีที่มาขอขมาซึ่งกันและกันของพระสงฆ์ จังหวัดพิษณุโลก ทำเป็นประจำทุกปีในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา สำหรับบรรยากาศวันนี้ทางพระราชรัตนสุธีเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก ไม่ได้เข้ามาร่วมพิธีแต่อย่างใด ในการทำพิธีมีพระสังฆาธิการทุกระดับของจ.พิษณุโลกมาเข้าร่วมพิธี เพื่อขอขมาซึ่งกันและกัน

ส่วนกรณี ปปป. ยังไม่ได้ติดต่อขอข้อมูลจากทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) พิษณุโลก เข้ามาแต่อย่างใด พศจ.พิษณุโลก ไม่ได้นิ่งนอนใจ ประสานเลขานุการเจ้าคณะจังหวัด กับเจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร วัดที่เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลกสังกัดอยู่ว่า ท่านติดต่อเข้ามาบ้างหรือไม่ ซึ่งยังคงได้รับคำตอบแบบเดิม คือยังไม่มีการติดต่อเข้ามา

ส่วนความชัดเจนด้านการลาสิกขา อย่างที่เป็นข่าวตอนนี้ ยังไม่รู้สถานะว่า ลาสิกขาหรือยัง ซึ่งกระบวนการในการลาสิขาที่ถูกต้อง ชัดเจน จะต้องมีภาพถ่ายหรือเอกสารที่มีหนังสือแจ้งเข้ามาทุกสังกัดว่าท่านลาสิกขาไปเรียบร้อยแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ปรากฏหลักฐานหรือหนังสือเข้ามาที่พศจ.พิษณุโลก

ส่วนเจ้าคณะภาคที่มีอำนาจหน้าที่ในการแต่งตั้ง ถอดถอน เจ้าคณะจังหวัด ขณะนี้ยังไม่ได้ประสานใดๆ เข้ามา อาจอยู่ในส่วนของกระบวนการในการหาข้อเท็จจริง เพื่อนำมาใช้ในทางกระบวนการสงฆ์

ในส่วนของตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลกนั้น เมื่อท่านยังไม่ชัดเจน เรื่องการลาสิกขา ทางคณะสงฆ์เองก็ต้องดำเนินการงานกิจการของคณะสงฆ์ตามลำดับชั้น โดยยังไม่มีการก้าวก่าย เรื่องตำแหน่งของท่านเจ้าคณะจังหวัด โดยหน้าที่ก็ให้ท่านรองเจ้าคณะจังหวัดดูแลงานด้านนี้แทนไปก่อน

การทำสามีจิกรรมเป็นธรรมเนียมของสงฆ์อย่างหนึ่ง ที่ภิกษุสามเณร พึงทำความชอบต่อกัน เพื่อความสามัคคีกัน อยู่ร่วมกันโดยสงบสุข การทำความชอบนี้เรียกว่าสามีจิกรรม หมายถึง การขอขมาโทษกัน ให้อภัยกันทุกโอกาส ไม่ว่าจะมีโทษขัดข้องหมองใจกัน หรือไม่ก็ตาม ถึงโอกาสที่ควรทำสามีจิกรรมกันแล้ว ทุกรูปไม่พึงละโอกาส จึงได้ชื่อว่าเป็นภิกษุสามเณรที่ดี ปฏิบัติชอบตามระบอบพระธรรมวินัย

สำหรับโอกาสที่ควรทำสามีจิกรรมนั้น มีดังนี้ 1.ในวันเข้าพรรษา ทั้งภิกษุสามเณรที่อยู่ร่วมวัดเดียวกัน ควรทำสามีจิกรรมต่อกันเรียงตัว ตั้งแต่ผู้มีอาวุโสมากที่สุด ถึงสามเณรรูปสุดท้ายในวัด ไม่ควรเว้น เพื่อความสามัคคี

2.ในระยะเข้าพรรษา เริ่มแต่วันเข้าพรรษาและหลังวันเข้าพรรษา ระยะเวลาประมาณ 7 วัน ควรทำสามีจิกรรมต่อท่านที่ตนเคารพนับถือ ซึ่งอยู่ต่างวัด และ 3. ในโอกาสจะจากกันไปอยู่วัดอื่นหรือถิ่นอื่น นิยมทำต่อท่านผู้มีอาวุโสกว่าตนในวัดและต่อท่านที่เคารพนับถือทั่วไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน