บึงกาฬ เปิดคำสารภาพ ผญบ.ปืนโหด ยิงเมียดับ อ้างฟิวส์ขาด ไล่ล่าฆ่า อริเก่า-ชู้ทางใจ เสียชีวิต ฝากขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งหมด ยอมรับ โมโห-ขาดสติ

23 ก.ค. 68 – ที่สถานีตำรวจภูธรโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ พ.ต.อ.อารักษ์ มะสาธานัง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ และพ.ต.อ.ธานินทร์ ผิวละเอียด ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโซ่พิสัย

ร่วมสอบปากคำ “ผู้ใหญ่เอ๋” นายประทวน ต้นกัณยา อายุ 45 ปี ผู้ใหญ่บ้านบ้านถ้ำจันทร์ หมู่ที่ 12 ต.ศรีชมภู อ.โซ่พิสัย ผู้เป็นสามี น.ส.ธัญญพัฒน์ หรือติ๋ม พรมธิราช อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ก่อเหตุยิงภรรยาและญาติรวม 4 ศพ โดยถูกตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พยายามฆ่า, มีอาวุธปืน, พกพาอาวุธปืนในเมืองหมู่บ้านสาธารณะ

เบื้องต้นตำรวจยืนยันว่า ไม่มีเรื่องยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เป็นทีมงานที่ร่วมกับฝ่ายปกครองและตำรวจ กวดขันเรื่องยาเสพติดในชุมชน

โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า ก่อนเกิดเหตุได้นัดญาติๆ ผู้ใหญ่ว่า จะขึ้นมาพูดคุยกับนางติ๋มผู้เป็นภรรยา ว่าจะมาตกลงกันว่า ให้มาสู่ขอกันเป็นทางการ เพราะอยู่กินมานานแล้ว

แต่เครือญาติขณะเดินมาถึงหน้าบ้าน เห็น นางติ๋ม กับ นายสุรพล พรมธิราช อายุ 60 ปี ว่าที่พ่อตา ยืนพูดคุยกันอยู่เสียงดังบอกว่า ไม่เอาตน ให้เลิกคบกับตน จึงโมโหใช้ปืนลูกซองยาวที่เตรียมมายิงไป 2 นัด โดนนางติ๋ม และ ว่าที่พ่อตา เพราะคุยกันเสียงดัง เหมือนไม่พอใจและมีอารมณ์มาจากบ้านอยู่แล้ว

จากนั้นจึงยิงปืนลูกซองยาว ขึ้นฟ้า 2 นัด และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ที่อยู่ในบ้าน จากนั้นยิงขึ้นฟ้าอีก 2 นัด ก่อนจะมีคนเข้ามาห้าม

ต่อจากนั้นจึงเดินลงไปปิดน้ำประปาประจำหมู่บ้านที่อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 300 เมตร แล้วไปเจอกับ นายสมชาย หรือ รองป๋อง ผ่องแผ้ว รองนายก อบต.ศรีชมภู ที่นั่งอยู่หน้าบ้าน ซึ่งรองนายกฯ เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อนในเรื่องไม่ให้เกียรติ มีโต้เถียงกันหลายครั้ง ก่อนที่จะใช้อาวุธปืนพกสั้นที่ถือไปด้วยยิงใส่รองนายกฯ 3 นัด

และจากนั้นเดินไปหา นายเฉลียว ดวงจันทร์ 64 ปี ผู้มาติดพันเมีย ที่สวนปาล์มที่อยู่ที่กระท่อมในสวนปาล์มหลังหมู่บ้าน แล้วใช้อาวุธปืนลูกซองยาวยิงนายเฉลียว 2 นัดเนื่องจากนายเฉลียวเคยพูดจีบภรรยาตนมาตลอด จับได้และมีการตักเตือนหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่ใส่ใจ

โดยผู้ใหญ่ผู้ก่อเหตุ ฝากขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งหมด ยอมรับทำไปเพราะโมโห ไม่ได้สติ ยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ขอโทษผู้บังคับบัญชา และเพื่อนๆ ฝ่ายปกครอง ที่ทำให้เสียชื่อเสียง และฝากให้อำเภอดูแลหมู่บ้านคำไผ่ด้วย เพราะยาเสพติดเยอะและประชากรมาก ฝ่ายปกครองดูแลไม่ทั่วถึงเขายังเล่าอีกว่า ช่วงหลังนางติ๋มเริ่มตีตัวออกห่าง โดยมีพ่อตาและญาติเข้าข้าง ต้องการให้เลิกรากับตน ทั้งๆ ที่ตนทุ่มเทให้นางติ๋มมาก

“ช่วงเกิดเหตุ ผมยอมรับว่า ฟิวส์ขาด เพราะถูกรุมด่าด้วยคำหยาบคาย รวมถึงตอนนั้น นายกูล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ก็มีปืนติดตัวอยู่ด้วย ถ้าผมไม่ยิงก่อน ผมก็จะถูกยิงตาย” ผู้ใหญ่เอ๋ยอมรับ

ผู้ใหญ่เอ๋ ยืนยันว่า ขณะก่อเหตุไม่ได้อยู่ในอาการมึนเมา ดื่มเหล้าไปเพียง 2 เป๊ก มีสติทุกอย่าง ส่วนสาเหตุที่ไปยิง รองนายกฯ นั้น เนื่องจากเคยมีปัญหากันมาก่อน โดยรองนายกฯ เคยดูหมิ่น ดูแคลน เหยียดหยาม และขู่จะยิงตน ซึ่งหลังก่อเหตุยิงบ้านแรกแล้ว ตนเกิดความโกรธเลือดขึ้นหน้า จึงไปไล่ยิงคนที่เคยมีปัญหาด้วยก่อนหน้านี้

สำหรับนายเฉลียว หรือ “นายศรี” ผู้ใหญ่เอ๋ยืนยันว่า นายเฉลียวเป็นชู้กับภรรยาของตนจริง แอบคบหากัน จึงตัดสินใจไปก่อเหตุ

ส่วนผู้บาดเจ็บ 2 คนคือ นายสุรพล พรมธิราช ว่าที่พ่อตายและ นายอภัย ศรีทอง พ้นขีด อันตรายแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน