ชาวลำลูกกา นับร้อยบุกวัดจี้ถามเจ้าอาวาส เงินวัดหายไปไหนเหลือในบัญชีแค่หลักพัน โดยเฉพาะค่าเช่าที่ 27 ล้าน ด้านเจ้าอาวาสไม่พูด แต่แจกกระดาษมีคำชี้แจง คนทำบุญน้อย
วันที่ 27 ก.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน ชาวบ้านกว่า 100 คนพากันมารวมตัวภายที่วัดในพื้นที่ ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เพื่อขอให้เจ้าอาวาสวัดชี้แจงกรณีที่ชาวบ้านทำหนังสือร้องเรียนไปถึงเจ้าคณะตำบลลำลูกกา เพื่อขอให้มีการตรวจสอบบัญชีรายรับ-รายจ่าย การเงินของวัด และพฤติกรรมเจ้าอาวาสรับเลี้ยงเด็กผู้หญิงเป็นลูกบุญธรรม บรรยากาศเป็นไปด้วยความตึงเครียด โดยมีตำรวจ สภ.ลำลูกกา มาเฝ้าดูแลความ
ต่อมาเจ้าคณะตำบลลำลูกกา พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักพุทธศาสนาจังหวัดปทุมธานี ได้ร่วมประชุมเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมเชิญตัวแทนชาวบ้านเข้าร่วมรับฟัง ใช้เวลาประชุมนานกว่า 3 ชั่วโมงจึงเสจสิ้น
สำหรับหนังสือที่ชาวบ้าน ร้องเรียนถึงเจ้าคณะตำบลลำลูกกา เพื่อขอให้มีการตรวจสอบเจ้าอาวาสวัด มีอยู่ 4 ข้อที่ขอให้ชี้แจง คือ 1.เรื่องบัญชีเงินทุนบริหารวัดด้านงานก่อสร้างการบูรณะปฏิสังขรณ์ เหลือเงินอยู่ในบัญชีในระดับพันบาท จากเดิมมีมากกว่านั้นหมดไปโดยไม่มีงานก่อสร้างใดๆ
2.รายได้ประจำจากกองบุญต่างๆ ไม่มีการนำเข้าบัญชีของวัด และไม่มีการชี้แจงใดๆ ต่อ คณะกรรมการบริหารวัด 3.การประพฤติตนไม่เหมาะสมของเจ้าอาวาสที่ท่านรับเลี้ยงเด็กผู้หญิง 1 คนไว้เป็น ลูกบุญธรรม เหมาะสมหรือไม่ และ 4 เจ้าอาวาสให้เงินเด็กผู้หญิงคราวละเป็นหมื่นบ่อยครั้ง นำเงินส่วนนั้นมาจากไหน
ขณะที่เจ้าอาวาส ไม่ได้พูดชี้แจงกับชาวบ้าน แต่นำใบชี้แจงที่เขียนใส่กระดาษมาแจกจ่ายแก่ชาวบ้าน โดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์จากการเก็บค่าเช่าที่ 27 ล้านบาทหายไปไหน และค่าเช่าที่ภายในวัดร่วมถึงค่าตลาด ค่าผ้าป่า กฐินของวัดและงานประจำปีบอกเพียงว่า เสร็จงานก็ใช้จ่ายไป ทำให้ชาวบ้านไม่พอใจจะนัดรวมตัวกันอีกครั้ง
สำหรับข้อความเอกสารที่อเจ้าอาวาส ชี้แจงนั้นมีใจความว่า การที่คณะกรรมการของวัดบางคน ไปร้องรียนที่คณะตำบลว่า อาตมาบริหารวัคไม่โปร่งใสนั้น อาตมาขอชี้แจงดังนี้
1.ที่กล่าวหาว่า อาตมาบริหารวัดไม่โปร่งใส อาตมาว่า คนที่ทำงานกับคนที่ไม่เคยบริหารงานมันต่างกันนะ ไม่รู้หรอกว่า มีอุปสรรค อะไรบ้าง สมัยหลวงพ่อจบ เงินในบัญชีไม่มีเลย แถมเป็นหนี้เขาอีกหลายแสนบาท อาตมาต้องมาใช้หนี้เขาอีก และที่กล่าวว่าบัญชีมีเงินหลักพันบาทนั้น ไม่เป็นความจริง บัญชีวัดมีทั้งหมด 2 บัญชี อาตมามีเอกสารประกอบให้ดู ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ญาติโยมทำบุญน้อยลง เราก็รู้ๆ กันอยู่รายรับได้น้อยลง รายจ่ายมันเยอะ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเจ้าหน้าที่ พนักงานของวัดบางเดือนเปิดตู้ก็ไม่พอจ่าย ก็ต้องไปเบิกธนาคาร ช่วงนี้ไม่มีการก่อสร้าง ไม่มีการปฏิสังขรณ์ เพราะไม่มีเงิน อาตมาถือว่า ไปตามยุคตามสมัย หรือ ข้าวยากหมากแพงก็ว่าได้
2.รายได้ของวัดช่วงนี้หรือกองบุญของวัดต่างๆ ช่วงนี้แย่ลงรายได้ทดถอยลง ญาติโยมทำบุญน้อยลง สิ้นเดือนเปิดสู้ บางตู้ก็มีไม่กี่ร้อยบาท หรือบางตู้ก็หลักพันบาทตอนสิ้นเดือนเวลาเปิดตู้ก็เชิญกรรมการบางคนมาช่วยนับ ก็รู้กันอยู่จะมาชี้แจงอะไรกันอีก มีเอกสารให้ดู คือรายรับกองบุญต่างๆ ก็เอามาใช้จ่ายบริหารกิจการภายในวัด มันก็หมดไป ไม่มีเงินเหลือฝากเข้าธนาคาร
3.อาตมาถือว่าได้ช่วยเหลือสังคมบ้าง เพราะไม่ใช่ว่ารับอย่างเดียว ต้องให้สังคมบ้างเด็กที่เอามาเลี้ยงนั้น พ่อแม่เขาตายหมดแล้ว ตา ยาย เขาเอามายกให้เป็นลูกบุญธรรม อาตมาก็ดูแลเลี้ยงเอาไว้ เด็กมีสุขภาพไม่ดี เมื่อจบการศึกษาแล้ว เด็กไม่มีงานทำ อาตมาให้มาทำงานที่วัด เป็นพนักงานขายกาแฟ ปัจจุบันเด็กคนนั้นมีครอบครัวแล้ว
4.ส่วนเรื่องที่ให้เงินเด็กเป็นหมื่นๆนั้น เป็นเงินเดือนที่เขาได้จากการทำงานที่วัดเดือนละ 12,000 บาท บางทีลูกเขาป่วย เขาก็มาเบิกเงินเดือนล่วงหน้าบ้าง หรือบางทีลูกเขาป่วยหนักๆ ไม่มีเงิน อาตมาก็ให้เขาบ้าง มันเป็นเงินส่วนตัวที่ออกสวดที่บวชพรรษาแรกๆ เก็บสะสมไว้


