จันทบุรี ไม่รอหยุดยิง ชาวขแมร์ 5 พัน แห่ทะลักด่านบ้านแหลม เร่งอพยพกลับบ้าน หวั่นคำขู่ถูกตัดสัญชาติ ส่วนสื่อต่างชาติ เริ่มสังเกตการณ์ สมาคมการค้าชายแดนฯ รับ เศรษฐกิจ-แรงงาน พัง
29 ก.ค. 68 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวร ตลาดบ้านแหลม ต.เทพนิมิต
อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี สถานการณ์ภาพรวม ยังคงมีชาวกัมพูชาราว 5,000 คน ที่ตกค้างหลังจากด่านฝั่งไทย เริ่มมีทยอยเดินทางกลับบ้านเกิด มีทั้งนอนค้างกางเต็นท์ พักหน้าด่าน หวังเดินทางกลับประเทศอย่างต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลางดึกหลังเที่ยงคืนที่ผ่านมา กระแสข่าวและสื่อโซเชี่ยล เผยแพร่ รายงานข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 ว่า ในพื้นที่ปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก ยังมีเสียงปืนและระเบิด ถึงเช้ามืด
รวมถึงพื้นที่ ภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ ทหารกัมพูชายิงก่อกวนทหารไทยทั้งคืน จึงมีการยิงตอบโต้ระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาต่อเนื่อง

ส่วนพื้นที่ ซำแต จ.ศรีสะเกษ มีการยิงตอบโต้กันจนถึงเวลา 05.30 น. นอกจากนี้ทหารกัมพูชาใช้ระเบิดเปิดฉากยิงตลอดทั้งคืน
นอกจากนี้ ยังรายงานว่า กัมพูชา ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดยทหารกัมพูชา ยิงปืนใหญ่ใส่ทหารไทย พื้นที่ เนินโนเนม พื้นที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี

ซึ่งจากกระแสข่าวดังกล่าว ยังคงสร้างความแตกตื่นให้กับชาวกัมพูชา ที่ยังทำงานอยู่ในไทย ซึ่งทั้งภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม กลัวความไม่ปลอดภัย ประกอบกับกระแสข่าวลือ ในหมู่ชาวกัมพูชาด้วยกันเองว่า “หากใครยังอยู่ในประเทศไทย อาจจะถูกตัดสัญชาติ” จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผล ที่ยังคงมีชาวกัมพูชา ยอมอพยพขนข้าวของกลับประเทศ
ขณะเดียวกัน จากสถานการณ์การอพยพของชาวกัมพูชาตลอด 4 วันที่ผ่านมา มีการเผยแพร่ข่าวออกสู่สายตาชาวโลกว่า เป็นดั่งภาพการลี้ภัยสงครามของชาวกัมพูชาครั้งใหญ่ ทำให้วันนี้ เริ่มมีสื่อชาวต่างชาติ เข้ามาเกาะติดสถานการณ์ การอพยพของชาวกัมพูชา ที่จุดถาวรตลาดบ้านแหลม เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงสู่สายตาชาวโลก เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้าน ดร.รัฐวิทย์ ตั้งเกียรติพชร นายกสมาคมการค้าชายแดนฯ กล่าวว่า การสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ไม่ได้เป็นสิ่งเหนือความคาดหมาย และก็ไม่มีมีใครที่อยากให้เกิด แต่เมื่อเกิดการสู้รบขึ้นแล้ว รู้สึกสงสารชาวบ้าน ที่อยู่ จ.สุรินทร์ บุรีรัมย์ อุบลฯ ศรีษะเกษ ที่ต้องสูญเสียชีวิตญาติพี่น้อง ทรัพย์สิน
ส่วนทางด้านเศรษฐกิจ พังแน่นอน ระบบการค้าขายเป็นศูนย์ รวมทั้งภาคแรงงาน ก็พังทั้งระบบ เสร็จศึกค่อยว่าหาทางกันใหม่