ศาลไม่ให้ประกัน นายจ้าง บริษัท ยานภัณฑ์ ลอยแพคนงาน 859 ชีวิต ไม่ยอมจ่ายเงินชดเชย 220 ล้านบาท ส่งนอนคุกทันที เผยเป็นเคสตัวอย่าง ที่ “นายจ้างต้องติดคุก”
เมื่อวันที่ 6 ส.ค.68 นายเซีย จำปาทอง ส.ส.พรรคประชาชน กมธ.แรงงาน เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก เผยความคืบหน้ากรณี ลูกจ้างบริษัทยานภัณฑ์ ถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้รับเงินชดเชยว่า นายจ้างถูกศาลสั่งขัง บันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์กับกลุ่มลูกจ้างยานภัณฑ์ หากพี่น้องแรงงานยืนหยัดเราก็ทำได้ โดยระบุว่า
วานนี้ (5 สิงหาคม 2568) ผมและอดีตลูกจ้าง บริษัทยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) เดินทางไปยังศาลจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีที่อัยการนัดสั่งฟ้องนายจ้างบริษัทยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) กรณีเลิกจ้างลูกจ้าง 859 คน
โดยไม่จ่ายเงินค่าชดเชยและเงินค่าบอกกล่าวล่วงหน้า รวมเป็นเงินประมาณ 220 ล้านบาท หรือ “สองร้อยยี่สิบล้านบาท” ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 แม้พนักงานตรวจแรงงานออกคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินให้ลูกจ้าง แต่นายจ้างก็ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง
ทำให้พนักงานตรวจแรงงานและลูกจ้างได้แจ้งความดำเนินคดีกับนายจ้าง พนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว สรุปสำนวนส่งให้อัยการเพื่อสั่งฟ้องนายจ้าง แต่นายจ้างก็พยายามยื้อระยะเวลา โดยขอเลื่อนวันนัดกับอัยการจังหวัดสมุทปราการ แต่อัยการไม่อนุญาต
แม้อัยการจังหวัดสมุทรปราการจะไม่อนุญาต แต่นายจ้างก็ไม่ได้มาพบพนักงานสอบสวน เพื่อส่งตัวให้อัยการตามนัด จะด้วยเหตุใดไม่ทราบ แทนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะออกหมายจับนายจ้าง (ผู้ต้องหา) แต่กลับออกหมายเรียก เมื่อครบกำหนดนายจ้างก็ไม่ได้มาตามนัด แต่มอบหมายให้ทนายยื่นขอเลื่อนวันเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนออกไปอีก
ซึ่งพนักงานสอบสวนก็เหมือนจะใจดี อนุญาตให้เลื่อนไปอีก 5 วัน และในวันนี้ (5 สิงหาคม 2568) ครบจำนวนวันที่ขอเลื่อนนัด นายจ้าง (ผู้ต้องหา) เดินทางมาพบอัยการจังหวัดสมุทรปราการเพื่อให้สั่งฟ้อง และขอยื่นหลักทรัพย์เพื่อประกันตัว
ลูกจ้างได้เอกสารคัดค้านการประกันตัว ด้วยเหตุผลนายจ้างละเมิดไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน เลิกจ้างลูกจ้างไม่จ่ายเงินค่าชดเชยทำให้ลูกจ้างและครอบครัวเดือดร้อนจำนวนมากฯลฯ
ศาลจังหวัดสมุทรปราการพิจารณา ไม่อนุญาตให้กรรมการบริหารบริษัทยานภัณฑ์ฯ ทั้ง 4 คน ได้รับการประกันตัว และถูกส่งเข้าเรือนจำทันที ด้วยความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน 2541
ที่ผ่านมาเราแทบจะไม่เคยเห็นกรณีนายจ้างเลิกจ้างไม่จ่ายเงินค่าชดเชย และมีการดำเนินคดีอาญาจน “นายจ้างต้องติดคุก” เช่นกรณีนี้ นี่ถือเป็นกรณีตัวอย่าง การลุกขึ้นสู้ของพี่น้องแรงงาน ที่ไม่ยอมจำนนต่อการกดขี่ของนายจ้าง และการเพิกเฉยละเลยของรัฐบาล กระทรวงแรงงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่อการบังคับนายจ้างให้นำเงินมาจ่ายให้ลูกจ้างตามที่กฎหมายกำหนด
สำหรับพี่น้องแรงงานอดีตลูกจ้างบริษัทยานภัณฑ์ฯนั้น การต่อสู้ตลอดระยะเวลามากกว่า 8 เดือนของพวกเขาไม่สูญเปล่า ก่อนหน้านี้พวกเขาเดินทางไปยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล กระทรวงแรงงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานอัยการ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องนับครั้งไม่ถ้วน วันนี้ถึงแม้พวกเขาจะยังไม่ได้รับเงินค่าชดเชยตามสิทธิที่พวกเขาควรได้รับ แต่ก็เห็นว่าศาลยังให้ความเป็นธรรมกับพวกเขาบ้าง โดยไม่อนุญาตให้นายจ้างได้รับสิทธิการประกันตัว
ถึงแม้นายจ้างจะติดคุกในวันนี้ แต่พี่น้องแรงงานยังไม่ได้รับเงินค่าชดเชย รอติดตามว่านายจ้างจะยอมนำเงินมาจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้างหรือไม่ หรือจะยอมติดคุกชดใช้หนี้กรรม ที่ทำกับคนงาน สำหรับข้อเสนอของอดีตคนงานยานภัณฑ์ฯ ต่อรัฐบาล กระทรวงแรงงาน คือขอให้นำเงินมาจ่ายเยียวยาช่วยเหลือลูกจ้างที่วันนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า
ขณะที่นายพงษ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน “ปิดปากเงียบ” ไม่ปริปากพูดถึงปัญหาของพวกเขา และคนงานอีกจำนวนมากกว่า 43,000 คน ที่ถูกนายจ้างลอยแพว่า จะแก้ไขปัญหาอย่างไร
วันนี้แม้คนงานยานภัณฑ์ฯจะยังไม่ได้รับเงินค่าชดเชย แต่ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่า พวกคุณคือนักต่อสู้ตัวจริง หัวใจพวกคุณ “แกร่งจนน่ากราบ” ขบวนการแรงงานจะต้องจดจำพวกคุณตลอดไป
สุดท้ายผมเชื่อว่า การรวมกลุ่มในขบวนการแรงงาน แม้จะเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายโดยเฉพาะการที่ประเทศไทยไม่มีกฎหมายที่เอื้อต่อการรวมกลุ่มก้อน กรณีศึกษาของกลุ่มยานภัณฑ์ทำให้เห็นว่า ทุกการต่อสู้ของเรามีความหมาย การรวมตัวเพื่อเรียกร้องสิทธิสามารถนำไปสู่ปลายทางที่เป็นธรรมได้ ลุกขึ้นสู้เถิดพี่น้องแรงงาน




