เปิดเรียนวันแรก โรงเรียนชายแดน เงียบเหงา นักเรียนบางตาไม่ถึง 40% ผู้ปกครองไม่กล้าให้มา หลังทหารเหยียบระเบิด ห่วงเกิดการปะทะอีก
วันที่ 13 ส.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ลุกลามจนเกิดการปะทะกันตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.เป็นต้นมา จนมีการเจราจาการหยุดยิง และมีผลหลังเวลา 24.00 น.วันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา
แต่สถานการณ์ยังไม่นิ่งทางการยังไม่อนุญาตให้ประชาชนที่อพยพไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวตามจุดต่างๆชะลอการกลับบ้าน เพราะเกรงว่าจะมีเหตุไม่พึงประสงค์ซ้ำซ้อนมาอีก รวมถึงโรงเรียนที่มีที่ตั้งอยู่ในรัศมีความเสี่ยงจากลูกปืนใหญ่ของฝั่งกัมพูชา ที่ยังไม่อนุญาตให้เปิดเรียน ล่าสุดโรงเรียนได้ทำการเปิดเรียนวันแรกคือวันที่ 13 ส.ค.(วันนี้)

แต่บรรยากาศการเปิดเรียนวันแรกของแต่ละโรงเรียนกลับเงียบเหงา ผู้ปกครองยังไม่กล้าให้บุตรหลานมาโรงเรียนตามปกติได้ เพราะยังมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยว่าจะมีเหตุการณ์เลวร้ายอีกหรือไม่ หันมาเตรียมข้าวของเตรียมอพยพหากได้รับการแจ้งเตือน
นายปภาวิน ศาลางาม อายุ 55 ปี ผอ.โรงเรียนนิคมสร้างตนเอง 8 ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันเปิดเรียนวันแรกตั้งแต่มีการปิดไปเมื่อวันที่ 24 ก.ค.ตอนที่มีการปะทะกันวันแรก
เด็กนักเรียนที่มีประมาณ 120 คน วันนี้มีเด็กมาเรียนประมาณ 40 คน หรือไม่ถึง 40% ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด สาเหตุเพราะผู้ปกครองเด็กไม่กล้าให้บุตรหลานมาเรียน เนื่องจากยังไม่มั่นใจกับสถานการณ์ชายแดนตามที่มีการเสนอข่าวไป รวมถึงผู้นำชุมชนยังสั่งให้ชาวบ้านได้เตรียมความพร้อมหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น
อีกหนึ่งปัจจัยที่ผู้ปกครองยังไม่กล้าให้บุตรหลานมาโรงเรียน เนื่องจากข่าวการเหยียบทุ่นระเบิดของสิบเอก ธีรพล หรือแกละ เพียขันที ทหารพรานที่ไปรบที่แนวเขตจังหวัดสุรินทร์ และเป็นชาว อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ และเป็นคนล่าสุดที่ไปเหยียบทุ่นระเบิดจนขาขาด ชาวบ้านเกรงว่าจะมีความตึงเครียดตามมาอีก ทำให้ชาวบ้านให้ความสำคัญในการอพยพมากกว่า

ขณะที่ นางกำธร ม่วงกิติ อายุ 57 ปี ชาวบ้าน ม.3 ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด เล่าว่า ตอนนี้รู้สึกกังวลมากเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน เกรงว่าหากเขมรยิงมาจะวิ่งไปรับหลานที่โรงเรียนไม่ทัน แต่หลานอยากไปจึงยอมให้ไป หลานบอกว่าถ้า ผอ.สั่งให้กลับบ้านก็จะวิ่งกลับบ้านทันทีจึงปล่อยให้หลานไปโรงเรียนวันแรกวันนี้
นางกำธร เล่าด้วยว่าตอนนี้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้วหากมีคำสั่งให้อพยพไม่ได้เอาเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าตั้งแต่มีการอพยพครั้งแรกเท่าที่ทราบจากญาติชาวบ้านที่สุรินทร์และศรีสะเกษ เขาเริ่มอพยพกันแล้วถึงแม้ยังไม่มีคำสั่งให้อพยพก็ตาม
สาเหตุเพราะทหารที่เหยียบทุ่นระเบิดคนล่าสุดจนขาขาดทำให้ชาวบ้านต่างหวาดกลัวและไม่มั่นใจกัน ตอนนี้อยากให้รัฐบาลทำอะไรสักอย่างให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไปเลยชาวบ้านจะได้กลับมาอยู่กันอย่างมีความสุขเหมือนเดิม
อีกส่วนหนึ่งก็อยากให้รัฐฯเยียวยาชาวบ้านทั่วไปที่ไม่ได้ทำการเกษตร เพราะไม่ได้ทำงานหาเงินพอไม่ได้อยู่บ้านก็ขาดรายได้