กาญจนบุรี สนธิกำลัง เดินลุยป่าขึ้นเขา บุกตะครุบ 4 ผู้ต้องหา ชาวพม่า-กะเหรี่ยง-มอญ ลักลอบขุดดินร่อนแร่ทองคำ พื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1A ประเทศเสียหายเกือบล้าน พร้อมแจ้ง 5 ข้อหาหนัก
15 ส.ค. 68 – จากกรณี เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ นำโดย นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข หัวหน้าอุทยานฯ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ เจ้าหน้าที่ ตร.สภ.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ และเจ้าหน้าที่ร้อย ตชด.ที่ 135
นำกำลังเข้าจับกุมกลุ่มบุคคล สัญชาติเมียนมา กะเหรี่ยง บุกรุกลักลอบเข้าไปขุดเจาะผืนป่าที่อยู่บนยอดเขาสูงชัน ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำชั้น 1 A เพื่อร่อนหาแร่ธาตุทองคำ
เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถจับผู้ต้องหาได้ 29 คน กระทำผิดรวม 17 คดี ยึดของกลาง 174 รายการ เข้าทำการร่อนหาแร่ธาตุทองคำ ผืนป่าต้นน้ำชั้น 1 A ป่าบ้านปิล๊อกคี่ ช่องทางป่าหมาก-ยาพู หมู่ 4 ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ซึ่วมีแนวเขตห่างจากชายแดนไทย-พม่า 4 กิโลเมตร ถูกแผ้วถางได้รับความเสียหาย 2 แปลง แปลงแรกเนื้อที่ 14-0-1 ไร่ แปลงที่ 2 เนื้อที่ 13-3-68 ไร่ รวมเนื้อที่ 27-3-69 ไร่
เนื่องจากการลาดตระเวนเข้าพื้นที่เป็นไปด้วยความลำบาก ต้องเดินเท้าขึ้นลงและผ่านหุบเขา กว่าจะถึงจุดเกิดเหตุต้องใช้เวลา 3 วัน เจ้าหน้าที่จึงติดตั้งกล้องวงจรปิดเอาไว้โดยรอบ เพื่อคอยติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลดังกล่าว
ล่าสุด นายชุติเดช กมนณชนุตม์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้รับรายงานจาก หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ว่า ระหว่างวันที่ 11-13 ส.ค. 68 เจ้าหน้าที่ ร่วมออกปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย ว่าด้วยการป่าไม้ในพื้นที่ป่าปิล๊อกคี่ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ได้จับกุมผู้กระทำความผิด แอบลักลอบเข้าบุกรุกแผ้วถางป่าใหม่ เพื่อขุดดินร่อนหาแร่ทองคำ พื้นที่ตรวจยึดเนื้อที่ 13-3-68 ไร่ คิดมูลค่าความเสียหายของรัฐเป็นเงิน 756,307 บาท
ซึ่งการกระทำดังกล่าว เกิดจากกลุ่มบุคคลที่ไม่เกรงกลัวกฎหมายแอบลักลอบเข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่าและขุดดินหาแร่ทองคำอันเกิด ความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นป่าต้นน้ำชั้น 1A ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการวางแผนจับกุมผู้กระทำความผิดที่แอบลักลอบเข้าไปบุกรุกพื้นที่ดังกล่าวโดยการติดตั้งกล้องวงจรปิด ซึ่งสามารถส่งสัญญาณแจ้งเตือน กรณีพบบุคคลเข้าไปในแปลงดังกล่าวได้ทั้งในช่วงเวลากลางวันและเวลากลางคืน
โดย วันที่ 7 ส.ค. 68 ช่วงเวลากลางคืน คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ ได้รับสัญญาณแจ้งเตือนผ่านกล้องวงจรปิด พบกลุ่มบุคคล 15-20 คน ได้เข้าไปในพื้นที่แปลงบุกรุกขุดดินพื้นที่บุกรุกแปลงดังกล่าว
ต่อมา วันที่ 11 ส.ค. 68 คณะเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ออกลาดตระเวนโดยแฝงตัวเป็นชาวบ้าน เดินทางไปยังหมู่บ้านปิล๊อกคี่
จากนั้นเดินเท้าอ้อมหมู่บ้านปิล๊อกคี่ ลัดเลาะไปตามสันเขาและหุบ ซึ่งเป็นป่ารกทึบไม่มีหมู่บ้านผ่านพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม ไปทางทิศตะวันตก 16 กิโลเมตร ซึ่งจะเข้าสู่แปลงตรวจยึดที่มีการบุกรุกดังกล่าว
โดยในวันที่ 12 สิงหาคม 2568 คณะเจ้าหน้าที่ได้เดินทางถึงบริเวณใกล้เคียงแปลงคดี จึงได้วางแผนกันออกตรวจปิดล้อมแปลงคดี เพื่อจับกุมกลุ่มบุคคลที่เข้ามาแอบบุกรุกแผ้วถางป่า ขุดดิน คณะเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดที่แอบเข้าไปลักลอบขุดดินเพื่อหาแร่ทองคำได้ 4 คน ที่เหลือสามารถหลบหนีไปได้
สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวประกอบด้วย 1. นายค ฟิว ไม่มีนามสกุล ชาวพม่า อายุ 45 ปี 2. นายดาโพ ผาภูมิสุโข ชาวกะเหรี่ยง อายุ 64 ปี อาศัยอยู่บ้านปิล๊อกคี่ หมู่ที่ 4 ตำบลปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
3. นายวิรัตน์ ศักดิ์ศรี ชาวมอญ อายุ 49 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 89/พ หมู่ที่ 4 ตำบลปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี และ 4. นายวานีทู ไม่มีนามสกุล อายุ 31 ปี พกบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 43/พ หมู่ที่ 4 ตำบลปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
ส่วนของกลางที่ตรวจยึดเอาไว้ได้ 20 รายการ เช่นหลอดบรรจุแร่ทอง น้ำหนักรวม 49 กรัม จำนวน 1 หลอด ขวดบรรจุแร่ทอง น้ำหนักรวม 95 กรัม จำนวน 1 ขวด ถุงบรรจุดิน น้ำหนักรวม 734 กรัมจำนวน 1 ถุง ถุงบรรจุดินน้ำหนักรวม 2.9 กิโลกรัม จำนวน 1 ถุง กระสอบปุ๋ยสีขาวบรรจุดิน น้ำหนัก 6.6 กิโลกรัม 1 ถุง กระสอบปุ๋ยสีขาวบรรจุหิน น้ำหนัก 7.4 กิโลกรัม 1 ถุง บัตรประจำตัวแรงงานของนาย ซอ ตูอ่อง ที่หลบหนีไปได้ 1 ใบ ที่เหลือเป็นอุปกรณ์ที่ใช้กระทำผิดและดำรงชีพ
หลังจากเจ้าหน้าที่จับกุมตัวผู้ต้องหาเอาไว้ได้พร้อมของกลาง จึงนำตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ กว่าจะถึงต้องใช้เวลานาน 1 วัน หลังจากสอบปากคำแล้วเสร็จจึงจัดทำบันทึกเรื่องราว ก่อนที่จะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปิล๊อก ดำเนินคดีตามกฎหมายใน 5 ข้อกล่าวหา
1. ฐาน “ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 และมาตรา 72 ตรี วรรคสอง ประกอบมาตรา 55
2. ฐาน “กันยึดถือ ครอบครอง ทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 และมาตรา 31 วรรคสอง (3)
3 ฐาน “ยึดถือหรือครอบครองที่ดิน รวมตลอดก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ไปจากเดิม ภายในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามความในมาตรา 19(1) ประกอบมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562
4. ฐาน “เก็บหา กระทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตราย หรือทำให้เสื่อมสภาพซึ่ง ดิน หิน กรวด ทราย แร่ หรือทรัพยากรอื่น หรือกระทำการอื่นใดอันส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม ความในมาตรา 19 (2) และมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562
และ 5. ฐาน “เข้าไปดำเนินกิจการใดๆ เพื่อหาผลประโยชน์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามความในมาตรา 19 (6) และมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562