แม่ทัพกุ้ง ลั่นพบทหารกัมพูชา แอบเข้ามาวางระเบิดในฝั่งไทยยิงได้ทันที กำชับทหารไม่ประมาท หลังมีแนวโน้มว่าเขมรจะแอบเข้ามาวางเพิ่มอีก
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 28 ส.ค.2568 ที่ค่ายสุรนารี พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้รับมอบเครื่องใช้จำเป็นภาคสนาม เครื่องอุปโภคบริโภค และเงินสด จากคณะศิษย์หลวงปู่ศิลา สิริจันโท ที่ได้จากการประมูลเหรียญทองคำพหูรมาน จำนวน 1,705,299 บาท บริษัทกว้างไพศาล บริษัท เอส พี บ้านคาร์แคร์นครราชสีมา มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ และคณะของพลตรีประสิทธิชัย พ่วงจินดา และอีกหลายหน่วยงาน เพื่อนำไปมอบและจัดซื้อสิ่งของจำเป็นมอบให้กับทหารหาญที่ประจำการที่ชายแดน
โดยแม่ทัพได้ขึ้นกล่าวขอบคุณ คณะประชาชนที่เข้ามามอบสิ่งของว่า กำลังพลที่อยู่หน้าแนวนายรู้สึกดีใจที่หลวงปู่ศิลา สิริจันโท ได้เมตตา จะเห็นได้จากที่ท่านสร้างพระรุ่น พหุรมานเป็นพระที่ศักดิ์สิทธิ์มาก เพราะท่านสร้างด้วยความบริสุทธิ์ใจ และไม่มีเรื่องค้าขายพุทธพานิชย์มาแทรก และท่านมุ่งมั่นที่จะให้น้องๆ ลูกหลานทหารในพื้นที่ชายแดนได้แคล้วคลาดปลอดภัยทุกคน
และสิ่งที่บ่งชี้ว่าพระรุ่น พหุรมาน รุ่นนี้มีความพิเศษ ก็คือ คุณหมอนายแพทย์ใหญ่ ของกองทัพฯ เป็นคนมาเล่าให้ฟังว่า น้องๆ ที่บาดเจ็บส่วนใหญ่แล้วปลอดภัย โดนระเบิดกระเด็นกระดอน ไม่เป็นอะไรเลยสักคน เพราะว่ามีพระรุ่นนี้และมีผ้ายันต์ และร้อยละ 90 สามารถกลับเข้าไปสู่แนวรบใหม่ จึงเป็นเหมือนขวัญกำลังใจที่ช่วยคุ้มครอง

และต้องขอขอบคุณทุกคนทุกกลุ่ม ที่นำสิ่งของมามอบให้กับน้องๆ กำลังพลที่อยู่แนวหน้า ซึ่งตั้งแต่ตนได้ลงไปพื้นที่ ก็ได้ใช้สิ่งของธารน้ำใจเหล่านี้ ไว้บริโภคและได้ใช้ประโยชน์ทั้งหมด ซึ่งกองทัพภาคที่ 2 พยายามจัดส่งของไปถึงหน้าแนวให้เร็ว และให้ตัวน้องๆ ทหาร โดยจะมีรถทหารรับสิ่งของต่ออีกทอดเพื่อนำเข้าไปสู่พื้นที่แนวหน้า
จึงอยากเรียนให้ทราบว่า สถานการณ์ตอนนี้ยังอยู่ในห้วงการเฝ้าระวังอยู่ ยังตรึงกำลังกันทั้งสองฝ่าย ซึ่งเมื่อวานนี้ก็มีน้องทหารเหยียบกับระเบิดขาขาดอีกหนึ่งนาย ตนก็ได้ไปเยี่ยม ซึ่งเป็นเรื่องที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้น น้องๆทหารได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว มันเป็นเหตุความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ และเกิดขึ้นด้วยความเสียสละของน้องๆ ทหารทุกคนก็พร้อมจะปฏิบัติตอบโต้ถ้ามาดีเราก็ดีด้วย

ทุกคนพร้อมจะทำหน้าที่ต่อ ยังไม่ได้เว้นช่วงได้พักกัน ก็ได้ขวัญกำลังใจจากแนวหลัง ทำคลิปต่างๆ ออกไป น้องทหารหน้าแนวได้เห็นก็ฝากขอบคุณมา ทุกคนยังมีขวัญกำลังใจดี และพร้อมจะทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติต่อไป ตนในนามตัวแทนลูกหลานทหารที่อยู่หน้าแนว ต้องขอขอบคุณทุกคนที่ได้นำสิ่งของต่างๆ ที่มี มามอบให้กำลังพล
ภายหลัง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ระเบิดว่า สำหรับเหตุการณ์ระเบิดครั้งล่าสุดนั้น ยืนยันว่าเป็นระเบิดใหม่ที่ทางทหารกัมพูชาลักลอบเข้ามาวางล้ำแนวลวดหนาม ซึ่งเป็นเส้นทางที่ทหารของฝั่งไทยเดินลาดตระเวนเป็นประจำ และยังตรวจสอบพบว่าบริเวณโดยรอบจุดที่ระเบิดนั้นยังตรวจพบระเบิดเพิ่มอีก 3 ลูก

ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเจตนาของฝั่งกัมพูชาที่ตั้งใจละเมิดอธิปไตยของไทย เพราะหลังแนวเขตลวดหนามทหารไทยเป็นฝ่ายที่คุมพื้นที่อยู่ และมีแนวโน้มว่าตลอดแนวลวดหนามที่ฝั่งไทยคุมพื้นที่เอาไว้ จะมีระเบิดที่ทางฝั่งกัมพูชาลักลอบนำเข้ามาวางอีก แต่ทางเราก็ไม่ประมาท และได้มีการแจ้งเตือนน้องทหารในพื้นที่ ให้ลาดตระเวนด้วยความระมัดระวัง เนื่องบริเวณดังกล่าวนั้นอยู่ใกล้กับข้าศึก
หลังจากนี้จะมีการปรับเปลี่ยนวิธีการลาดตระเวน ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริม เช่น การใช้โดรนบินลาดตระเวน การใช้กล้องวงจรปิดร่วมกับการลาดตระเวนด้วยเท้า ซึ่งตอนนี้สิ่งที่ทำได้อย่างเร่งด่วนคือ การทำหนังสือประท้วงว่าทางฝั่งกัมพูชานั้นละเมิดสนธิสัญญาออตตาวา นอกจากนี้ยังได้มีคำสั่งไปยังทหารที่ควบคุมพื้นที่จุดดังกล่าวอยู่ว่า ถ้าพบเห็นการละเมิดอธิปไตยสามารถยิงได้ทันทีเพราะถือว่ารุกล้ำอธิปไตยของไทย

แม่ทัพภาคที่ 2 ยังกล่าวย้ำต่อไปอีกว่า ขอยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตน และแม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่นั้นจะมีความต่อเนื่อง ในการปฏิบัติหน้าที่ ถึงแม้ว่าตนจะเกษียณไปแล้ว ก็ยังคงจะอยู่ช่วยแม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่ในการทำงาน ในเรื่องของการให้คำปรึกษา ส่วนการตัดสินใจนั้นคงจะต้องให้แม่ทัพคนใหม่นั้นเป็นคนพิจารณา ส่วนเรื่องของการเปิดด่านนั้น คงต้องรอฝ่ายรัฐบาลเป็นคนเจรจา แต่ในมุมของกองทัพนั้น ยังไม่เห็นสมควรที่จะเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย