พิจิตร น้ำท่วมวิกฤต ทวีความรุนแรง แผ่ขยายวงกว้างจม 9 อำเภอ ชาวบ้าน 31 ตำบล เดือดร้อนหนัก พ่อเมือง ประกาศพื้นที่อุทกภัย เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินด่วน
7 ก.ย. 68 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดพิจิตร โดยเฉพาะแม่น้ำยม ที่รับมวลน้ำก้อนใหญ่จาก จังหวัดสุโขทัย และจังหวัดพิษณุโลก ยังคงมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น และเอ่อล้นตลิ่งอย่างต่อเนื่อง
กระแสน้ำแผ่ขยายวงกว้างออกไปหลายอำเภอนอก จากเดิมจม ต.สามง่าม ต.กำแพงดิน ต.รังนก ของอำเภอสามง่าม วันนี้มวลน้ำดังกล่าว ได้ล้นตลิ่งท่วมแผ่ขยายวงกว้าง ไปยัง ต.วังจิก ต.โพธิ์ประทับช้าง ต.ไผ่ท่าโพ ของอำเภอโพธิ์ประทับช้าง และ ต.บางลาย ของอำเภอบึงนาราง รวมทั้งอีก 7 ตำบลของอำเภอโพทะเล อีกด้วย
ซึ่งมวลน้ำดังกล่าวยังคงไหลท่วมบ้านเรือนประชาชน พื้นที่การเกษตร และเส้นทางคมนาคมต่างๆอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านต้องนำเรือออกมาสัญจรไปมา
โดยนางสาวสุกัญญา ต้นทุน หัวหน้า สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิจิตร ได้ให้ข้อมูลว่ามวลน้ำดังกล่าวจากอิทธิพบพายุฝนที่ผ่านมา ส่งผลให้พื้นที่จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มในขณะนี้หลายอำเภอเผชิญกับสถานการณ์อุทกภัย มีมวลน้ำมาจากหลายทิศทางด้วยกัน ทั้งแม่น้ำน่าน และแม่น้ำยม ไหลทะลักลงมาอย่างต่อเนื่อง และยังมีกระแสน้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ไหลหลากลงมาตามลำคลองธรรมชาติ และในพื้นที่จังหวัดพิจิตร
ทำให้มีมวลน้ำสะสมจากฝนตกหนักที่ผ่านมาค่อนข้างมาก ส่งผลให้มีบ้านเรือนประชาชน และพื้นที่การเกษตร เส้นทางคมนาคมต่างๆ ถูกน้ำท่วมได้รับผลกระทบ 9 อำเภอ ประกอบไปด้วย แม่น้ำยม ได้รับผลกระทบ 4 อำเภอ คือ อำเภอสามง่าม อำเภอโพธิ์ประทับช้าง อำเภอบึงนาราง และอำเภอโพทะเล
ส่วนแม่น้ำน่าน ได้รับผลกระทบ 2 อำเภอ คือ อำเภอเมืองพิจิตร อำเภอบางมูลนาก และน้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ได้รับผลกระทบ 3 อำเภอ คืออำเภอสากเหล็ก อำเภอทับคล้อ และอำเภอดงเจริญ รวมจำนวน 9 อำเภอ 31 ตำบล 136 หมู่บ้าน มีชาวบ้านได้รับผลกระทบ 1,528 ครัวเรือน นาข้าวเสียหาย 5,075 ไร่ บ่อปลา 10 บ่อ ถนนหลวงเสียหาย 3 เส้นทาง
ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้ประกาศพื้นที่ดังกล่าว เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย และประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจากอุทกภัยแล้ว เพื่อนำเงินทดรองราชการ บูรณาการให้การช่วยเหลือประชาชนตามความเหมาะสมอย่างเร่งด่วนแล้ว
ทางด้าน นายวิศิษฐ์ อภิสิทธิ์วิทยา นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดพิจิตร กล่าวว่าขณะนี้ แพทย์ รพ. พิจิตร เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลได้ลงพื้นที่ 9 อำเภอ 31 ตำบล 136 หมู่บ้าน มีชาวบ้านมีผลกระทบ กว่า 1500 หลังคาเรือนที่ถูกน้ำท่วม นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ นำยารักษาโรค พร้อมตรวจสุขภาพให้กับชาวบ้านในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และ ผู้ป่วยติดเตียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนไปก่อน
สำหรับระดับน้ำ แม่น้ำยม วันนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยที่สถานีวัดน้ำยม Y-17 หน้าที่ว่าการอำเภอสามง่าม วัดระดับได้ 06.14 เมตร ระดับตลิ่ง 06.76 เมตร อัตราการไหล 479.70 ลบ.ม./วินาที
ส่วนแม่น้ำน่าน วันนี้ระดับน้ำเริ่มทรงตัวหลังเขื่อนสิริกิติ์ลดการระบายน้ำลงเหลือ 25 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยที่สถานีวัดระดับน้ำน่าน N7-A อำเภอเมืองพิจิตร วัดได้ 10.39 เมตร ระดับตลิ่ง 09.87 เมตร ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 52 เซนติเมตร อัตราการไหล 1,060 ลบ.ม./วินาที
อย่างไรก็ตามในระยะนี้ยังมีร่องฝนจากพื้นที่ภาคเหนือตอนบน เริ่มขยับร่นลงมาในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลางตอนบน จะทำให้มีฝนตกชุกต่อไปอีก อย่างไรก็ตาม ปภ.ยังได้ประกาศให้ประชาชนเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องในระยะนี้