จนมุมแล้ว 2 หนุ่มซิ่ง SUV ขนไอซ์เกือบครึ่งตัน มูลค่าหลายร้อยล้าน เสียหลักชนวงเวียนอุดรธานี แม่-เมียร่ำไห้ เพิ่งออกจากคุก1เดือน เห็นหน้าลูกน้อยได้แป๊บเดียว
จากกรณีรถยนต์ SUV ยี่ห้อ KIA ทะเบียน อุดรธานี เสียหลักชนวงเวียนบ้านเหล่าอุดม ต.บ้านจันทน์ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ส่วนคนขับและผู้โดยสารที่มาด้วยกันได้วิ่งหนีออกจากรถแล้วมีรถอีกคันมารับไปอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ จากการตรวจสอบภายในรถพบถุงดำขยะ จำนวน 9 กระสอบซุกอยู่ภายในห้องโดยสาร ภายในถุงดำพบเป็นยาไอซ์ จำนวน 448 กิโลกรัม มูลค่ามหาศาลนับร้อยล้านบาทเลย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันที่ 22 ก.ย.2568 พ.ต.อ.พงศ์พันธ์ นาขวา ผกก.สภ.บ้านดุง สั่งการให้ พ.ต.ท.ธนนท์ ศรีกงพาน สว.สส.สภ.บ้านดุง พร้อมตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านดุง ติดตามแก๊งยาเสพติดที่ขนยาไอซ์เกือบครึ่งตันครั้งนี้

จนมุมแล้ว 2 หนุ่มซิ่ง SUV ขนไอซ์เกือบครึ่งตัน มูลค่าหลายร้อยล้าน เสียหลักชนวงเวียนอุดรธานี แม่-เมียร่ำไห้ เพิ่งออกจากคุก1เดือน เห็นหน้าลูกน้อยได้แป๊บเดียว
ในที่สุดตำรวจก็สามารถตามรวบนักบินที่รับจ้างขนยาไอซ์ได้ทั้งหมด 2 คน โดยรายแรกจับกุมได้ใกล้กับที่เกิดเหตุคือ นายกันตะพงศ์ หรือ ทิว (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี ชาว จ.หนองคาย และเป็นเจ้าของรถ นำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม
และเมื่อเวลา 16.00 น.ของวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านดุง ได้ติดตามจับกุม นายชัยณรงค์ หรือ เอฟ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ชาวจ.หนองคาย โดยจับกุมได้ที่กระท่อมในป่าสวนยางพารา บ้านโนนสำราญ ต.เซิม อ.เฝ้าไร่ หลังจากนายเอฟหลบไปอยู่กระท่อมของคนรู้จัก
ต่อมาตำรวจชุดสืบสวนได้คุมตัวมายัง สภ.บ้านดุง เพื่อดำเนินคดีนักบินทั้ง 2 คนในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายโดยการมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์/เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งตรวจพบการเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย”
สำหรับนายโจหัวหน้าแก๊งยาเสพติดชาวโคราช ตำรวจรู้เบาะแสที่อยู่แล้ว และจะได้เร่งติดตามมาดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลต่อไป
จากการสอบสวน นายเอฟ ให้การรับสารภาพว่า ตนและนายทิว เพื่อนรุ่นน้อง เพิ่งออกจากเรือนจำมาได้เดือนกว่า รู้จักคนชื่อ “โจ” ติดคุกอยู่ด้วยกันแล้วออกมาพร้อมกัน โดยนายโจได้ว่าจ้างให้ขนยาไอซ์ไปส่งแถวชานเมืองกรุงเทพฯ เขาบอกจะให้ค่าจ้าง 250,000 บาทแต่เงินยังไม่ได้
พวกตนขนยาบ้าเงินเซ็น นายโจบอกว่าเมื่อไปถึงจุดหมายแล้วถึงจะจ่าย นายโจจะปักหมุดให้ครั้งละ 30-40 กิโลเมตร ปักหมุดไปเรื่อย ๆ ซึ่งก่อนหน้านี้พวกตนไปรับยาไอซ์ข้ามฝั่งมาจากประเทศเพื่อนบ้านแถวริมแม่น้ำโขง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ
พอขนยาขึ้นรถนายทิวเป็นคนขับได้ซิ่งมาเร็วเบรกไม่ดี ทำให้ชนเข้าเกาะกลางถนน จากนั้นก็พากันวิ่งหนีออกจากรถ ตอนนั้นก็อยู่แถวที่เกิดเหตุ ไม่กล้าเข้าใกล้เพราะพวกเรารู้ว่าขนยาไอซ์ถูกจับแน่
สุดท้ายก็มาถูกตำรวจตามจับได้วันนี้ ตนก็งง ตำรวจสภ.บ้านดุงทำไมจับได้เร็วมาก ยอมรับเลย คนละอำเภอคนละจังหวัดยังตามจับได้ ขนาดตนอยู่ป่ายางพารา ไม่คิดว่าจะโดนจับเร็วขนาดนี้ กะว่าจะนอนหลับวันสองวันค่อยถูกจับ
ด้าน น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี อุ้มลูกน้อยวัยขวบเศษมาเยี่ยมนายทิวสามี ก่อนจะเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า สามีไม่ได้บอกตนว่าขนยาไอซ์ บอกแค่ว่า รับจ้างขับรถให้เขา อยากได้เงินมาใช้จ่ายซื้อนมลูกให้ลูกน้อย ได้เงินมาแล้วจะพาไปทำงานชลบุรี สุดท้ายก็มาถูกจับขนยาไอซ์ ตกใจมาก จึงพาลูกชายมาเยี่ยมสามี นี่ก็เพิ่งออกจากคุกได้ 1 เดือนกับอีก 5 วันก็ถูกจับกุมอีกแล้ว เห็นหน้าลูกไม่นานเลย
ขณะที่ นางจันทร์ อายุ 46 ปี แม่ของนายทิว กล่าวว่า หลังจากลูกชายออกคุกมาแล้วก็เตือนลูกตลอดว่า อย่าหวนกลับไปเส้นทางเดิมนะลูก ลูกชายก็รับปาก ได้ยินข่าววันนี้ตกใจแทบช็อก ลูกชายรับจ้างขนยาเสพติดอีกแล้ว ก่อนหน้านี้ถูกจับยาบ้าก็ติดคุกเพิ่งออกมา
หัวอกคนเป็นแม่ก็เสียใจ เพราะสามีก็ถูกจับขนยาบ้า 4 ล้านเม็ดที่จ.ขอนแก่นเมื่อเดือนที่แล้ว ครั้งนี้ลูกชายก็ขนยาไอซ์อีก คนเป็นแม่ทุกข์ทรมานใจมาก แต่อย่างไรแล้วทำความผิดกฎหมายครั้งใหญ่ก็ต้องรับกรรมไป
โดยวันนี้ เวลา 10.00 น. นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผวจ.อุดรธานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ตำรวจ สภ.บ้านดุง จะได้แถลงข่าวจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่ครั้งนี้ และได้เรียกประชุมด่วนหน่วยความมั่นคง เพื่อหามาตรการในการเฝ้าระวังอาจจะมีการตั้งจุดตรวจจุดสกัดเสพติด หาข่าว และปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังทั้งยาบ้าไอซ์ที่ตอนนี้เริ่มทะลักเข้ามาอย่างถี่และต่อเนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง





