กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มอบ Human Rights Awards 2025 เชิดชูองค์กรที่ยึดหลักสิทธิมนุษยชนเป็นรากฐานการทำงานเพื่อสังคมที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 22 ก.ย.2568 ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จัดงานประกาศรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ปี 2568 (Human Rights Awards 2025) โดยมีพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคุณเอมอร เสียงใหญ่ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ในปีนี้ มีผู้ได้รับรางวัลฯ ทั้งหมด 157 องค์กร แบ่งเป็น องค์กรภาครัฐ ประเภทราชการส่วนกลาง ระดับดีเด่น 5 องค์กร

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานประกาศรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี2568 ขอชื่นชมกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ที่ได้ขับเคลื่อนโครงการสำคัญนี้ และขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้าร่วมงาน ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะทำให้สิทธิมนุษยชน ไม่ใช่เพียงถ้อยคำในกฎหมาย แต่เป็นคุณภาพชีวิตที่ดี มีความเป็นธรรมตามความเป็นจริงและความสุขสมบูรณ์ในชีวิตของประชาชนทุกคน

โดยที่ผ่านมา รัฐบาลได้จัดทำ แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 5 และ แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ระยะที่ ๒ เพื่อเป็นเข็มทิศในการยกระดับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะครอบคลุม สิทธิ 5 ด้าน 1.การเมืองการปกครอง 2.กระบวนการยุติธรรม 3. สาธารณสุข 4.การศึกษา 5.เศรษฐกิจและธุรกิจ และ กลุ่มเป้าหมาย 11 กลุ่มสำคัญ 1.ผู้ใช้แรงงาน 2.ผู้เสียหายและเหยื่อ 3.เด็กและสตรี 4.นักปกป้องสิทธิมนุษยชน 5.ผู้สูงอายุ 6.ผู้เสพยาเสพติด 7.บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ 8.บุคคลที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียนและกลุ่มชาติพันธุ์ 9.คนพิการ 10.ผู้ต้องหา ผู้ต้องขัง และผู้พ้นโทษ 11.ผู้ป่วยเอดส์ ผู้ติดเชื้อ HIV และผู้ป่วยจิตเวช

พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า ในส่วนของแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน จะครอบคลุม 4 ด้าน 1.แรงงาน 2. ชุมชน ที่ดินทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม 3.นักปกป้องสิทธิมนุษยชน 4.การลงทุนระหว่างประเทศ และบรรษัทข้ามชาติ เราต้องยอมรับว่าในสายตานานาชาติ ประเทศไทยยังมีข้อกังวลที่ต้องเร่งแก้ไข ได้แก่ เสรีภาพในการแสดงออกและการรวมกลุ่ม ความเป็นอิสระและความโปร่งใสของกระบวนการยุติธรรม การคุ้มครองสิทธิแรงงานและแรงงานข้ามชาติ ความแออัดและสภาพความเป็นอยู่ในเรือนจำ ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และการคุ้มครองสิทธิของกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้เสพ ผู้ใช้สารเสพติด ผู้ต้องขัง ผู้พ้นโทษ ผู้ป่วยจิตเวช LGBTQ+ และคนไร้บ้าน ข้อสังเกตเหล่านี้ไม่ใช่เพื่อให้เรารู้สึกถูกตำหนิ แต่เพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า ด้วยมาตรการที่เข้มแข็งขึ้น

พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า โครงการ องค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน จึงถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยแปลงแผนระดับชาติมาสู่การปฏิบัติจริง ผ่านการสร้างตัวอย่างที่ดี (Best Practice) ที่ไม่เพียงยกระดับองค์กรของท่าน แต่ยังช่วยขยายผลสู่เครือข่ายและสังคมวงกว้าง ความเป็นจริงสิทธิมนุษยชนต้องมีการเริ่มต้นจาก “ความคิด” คำกล่าวที่ว่ามนุษย์ทุกคนเป็นเฉลยของความคิดและปัญญา ที่ความคิดจะเปลี่ยนเป็นคำพูด เปลี่ยนเป็นการกระทำ เป็นนิสัย และเป็นพฤติกรรม ที่พูดรวมได้ว่า “ความคิดที่คุณมี คือ ชีวิตที่คุณเลือก”

ดังนั้นถ้าเรามีความคิดว่ามนุษย์ทุกคนเป็นพี่ญาติน้องกัน นี้คือสิทธิมนุษยชนแล้ว ดังนั้นการเลือกปฏิบัติ หรือการด้อยค่า ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ด้วยเหตุแห่งความแตกต่าง เช่น เชื้อชาติ ศาสนา เพศ อายุ ความพิการ สถานะทางสังคม ความคิดเห็น หรือแม้แต่สถานะของผู้ติดและผู้ใช้สารเสพติด ผู้ต้องโทษและผู้พ้นโทษจะไม่มี หรือถ้ามีก็จะได้รับการต่อต้านจากสังคม นี่คือ หลักประชาธิปไตย หลักสิทธิมนุษยชน และหลักนิติธรรม ที่จะทำให้ประชาชนไทยทุกคนสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดี และเข้าถึงความสุขสมบูรณ์ในชีวิตได้จริง ขอแสดงความยินดีกับทุกองค์กรที่ได้รับรางวัล และขอเป็นกำลังใจให้ทุกองค์กรที่กำลังขับเคลื่อนงานสิทธิมนุษยชนอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นสังคมที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง

ส่วนองค์กรที่ได้รับรางวัลเหล่านี้ จะร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงจะเป็นแรงบันดาลใจและต้นแบบให้กับองค์กรอื่น ๆ ที่แสดงให้เห็นว่า “การพัฒนาโดยไม่ละทิ้งสิทธิมนุษยชน” คือ หนทางสู่อนาคตที่ดีกว่าของทุกคน การมอบรางวัล Human Rights Awards จึงมิใช่เพียงการยกย่อง แต่ยังเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อสังคมไทยว่า การเคารพสิทธิมนุษยชนคือพลังขับเคลื่อนสังคมให้เดินหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนอย่างแท้จริง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน