งงทั้งโรงพัก หนุ่มหน้าตาดีห้อยบัตรตำรวจสอบสวนกลาง บก.ปคบ. บอกเป็นนรต.ปี 4 มารายงานตัวห้องสืบสวนขณะกำลังประชุมงาน รองผกก.ถามตอบอะไรไม่ได้สักอย่าง สุดท้ายโป๊ะแตกต้องโทรเรียกแม่ขับรถข้ามจังหวัดมารับกลับ

วันที่ 22 ก.ย.2568 ที่สภ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ผู้สื่อข่าวรายงาน ขณะที่ พ.ต.ท.ปรีชา แจ้งคล้อย รอง ผกก.สส.สภ.กุมภวาปี ร.ต.อ.รังสิมันต์ ภูเนตร รอง สว.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.กุมภวาปี กำลังประชุมงานสืบสวนก่อนปฎิบัติหน้าที่กันอยู่นั้น ได้มีชายรูปร่างหน้าตาดี แขวนซองใส่บัตรตำรวจสอบสวนกลาง เข้ามาอ้างว่า ตัวเองเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) ชั้นปี 4 มารายงานตัวเพื่อขอฝึกงานกับตำรวจชุดสืบสวน แต่เมื่อ พ.ต.ท.ปรีชา ซักถามรายละเอียดแล้ว สุดท้ายโป๊ะแตกไม่ได้เป็นตำรวจ

โดยรื่องนี้ ผู้กองเสือ ร.ต.อ.รังสิมันต์ ภูเนตร รอง สว.สส.สภ.กุมภวาปี เปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันนี้ขณะตนและทีมงานกำลังนั่งประชุมวางแผนงานกับผู้บังคับบัญชาก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ ได้มีชายหนุ่ม อายุ 28 ปี แต่งตัวดี ขับรถยนต์เก๋งเข้ามาขอฝึกงานกับทีมงานของเรา โดยบอกว่าเป็น นรต.รุ่น 78 ปี 4 จึงบอกให้รอ พ.ต.ท.ปรีชา แจ้งคล้อย รอง ผกก.สส.สภ.กุมภวาปี ก่อนและให้เข้านั่งประชุมร่วมกัน พอประชุมเสร็จ พ.ต.ท.ปรีชา จึงได้สอบถามชายคนนี้ว่า ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจเราอยู่ชมรมอะไร ซึ่งเขาก็ไม่สามารถตอบได้ ตอบเพียงว่าอยู่ชมรมโรงเรียนนายร้อยตำรวจ

“ทางเราจึงสอบถามต่อไปอีกว่า มารายงานตัวเพื่อขอฝึกงาน ทำไมไม่แต่งเครื่องแบบตำรวจ ใบส่งตัวจากต้นสังกัดก็ไม่มี และสอบถามเรื่องในรั้วโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ก็ไม่สามารถตอบได้เลย คือไม่รู้เรื่องเลย ตอบเพียงว่าอยากจะมาฝึกงานด้วย บอกว่าก่อนมาที่นี่เคยไปขอฝึกงานกับชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี แต่เขาบอกว่าเต็มจึงมาขอฝึกงานที่นี่แทน

หลังจากสอบถามที่มาที่ไป ทำให้รู้ชัดแล้วว่าน้องเขาไม่ใช่นรต. ตามที่กล่าวอ้าง ต่อมาทราบว่าหนุ่มนี้อายุ 28 ปี ชาว อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร เบื้องต้นทราบว่า อยากเป็นตำรวจสายสืบ ขณะนี้กำลังศึกษาต่อในด้านกฎหมาย อยู่คณะนิติศาสตร์แต่ยังเรียนไม่จบ”

ผู้กองเสือ เล่าต่อว่า น้องบอกอยากจะมาขอฝึกงานกับสถานการณ์และเหตุการณ์จริง แต่ดูท่าทีและพฤติกรรมขณะสอบถามน้องพูดจาเหมือนคนมีอาการทางจิตเล็กน้อย จึงได้โทรประสานผู้เป็นแม่ ซึ่งเป็นข้าราชการครูขับรถมารับกลับบ้านที่ อ.สว่างแดนดิน พร้อมว่ากล่าวตักเตือนน้องไป และบอกให้ผู้เป็นแม่นำตัวลูกชายไปปรึกษาแพทย์จิตเวชเพื่อประเมินอาการ ผู้เป็นแม่ก็รับปากและยกมือไหว้ขอบคุณตำรวจที่ให้โอกาสลูกชาย

” แต่ก่อนจะปล่อยตัวกลับบ้าน ตำรวจได้พาไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่า ตนเองไม่ใช่ นรต.ปี4 ตามที่ได้กล่าวอ้าง และสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้ต่อไปอีกแล้ว จากนั้นได้รายงานให้ พ.ต.อ.วิชาญ สุธรรมแปง ผกก.สภ.กุมภวาปี พ.ต.ท.ปรีชา แจ้งคล้อย รอง ผกก.สส.สภ.กุมภวาปี พ.ต.ท.สมภูมิ ขันตีกุล สว.สส.สภ.กุมภวาปี ให้รับทราบ “

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน