ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย! เจ้าของกระชังปลาทรุด น้ำแรงซัดลอยข้ามจังหวัดกว่า 10 กม. ขับเรือตามแต่ทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายต้องยอมขายขาดทุน รักษาผัวป่วย นอนไอซียู
วันที่ 1 ต.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์น้ำเหนือที่เพิ่มขึ้นสูงต่อเนื่อง ผลพวงจากพายุบัวลอย ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน อยู่ที่ 2,696 ลบ.ม./วินาที ทำให้กระแสน้ำไหลเร็วไหลและเชี่ยวกราก เพราะต้องเร่งระบายน้ำเพื่อบรรเทาทุกข์ประชาชนริมสองฝั่งเจ้าพระยา
ซึ่งผลจากการระบายน้ำดังกล่าว ส่งผลให้กระชังปลาของ นางถาวร อ่ำนาค อายุ 68 ปี ชาว จ.อุทัยธานี หลุดออกจากแท่นยึดลอยอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยาข้ามจังหวัดมาไกลกว่า 10 กิโลเมตร ซึ่ง นางถาวร ได้ขับเรือตาม และแจ้งเจ้าหน้าที่ชุดกองเรืออาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดชัยนาทเข้าช่วยเหลือ โดยการลากแพมาผูกไว้ที่แพหน้าวัดปากคลองมะขามเฒ่า หรือวัดหลวงปู่ศุข อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท
ภายหลังจากทำการผูกแพเสร็จ ปัญหาต่อไปคือการที่ไม่สามารถนำกระชังกลับไปในสภาพเดิม และไปไว้ในที่เดิมได้ เนื่องจากกระชังเสียหาย ประกอบกับน้ำไหลแรง นางถาวร ต้องจำใจขายปลาสังกะวาดและปลาแรด รวม 2 กระชัง โดยให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยกันตักปลาออกมา และให้ผู้สื่อข่าวช่วยโพสต์ในช่องทางโซเชียลขายปลาสังกะวาดในราคา กิโลกรัมละ 50 บาท ปลาแรด กิโลกรัมละ 70 บาท จากนั้นไม่นาน ประชาชนต่างก็มาช่วยกันซื้อปลาจนขายหมดภายในไม่ถึง 2 ชั่วโมง บางรายซื้อเกือบ 100 กิโลกรัมก็มี
นางถาวร เปิดเผยว่า ปลาที่เลี้ยงในกระชัง มีปลาแรดกับปลาสังกะวาด ปกติขายอยู่กิโลกรัมละกว่า 100 บาท แต่วันนี้ประสบกับภัยธรรมชาติ สามีก็ป่วยอยู่ห้อง ICU ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงตัดสินใจขายแบบขาดทุน เพราะปลาที่กระชังหลุดมา 2 กระชังนี้หากไม่ขายเลยก็จะตายเปล่า ถือว่าเอาทุนคืนบ้างดีกว่าไม่ได้อะไรเลย



