ตำรวจจับแล้ว 1 โจรแสบย่องยกเซฟบ้านประธานสภาอุตฯใต้ ได้ไปกว่า 10 ล้าน ยึดเงินสดคืน 7.5 แสน ตั้งค่าหัว 1 แสนคนชี้เป้าจับที่ยังหลบหนีอีกคน
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 2 ต.ค.2568 ที่สภ.เมืองตรัง พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร รองผบก.ภ.จว.ตรัง พ.ต.อ.ธีรภัทร ปิยะถาวร ผกก.สภ.สิเกา พ.ต.อ.รัฐกร ภักดีวานิช ผกก.สส.ภ.จว.ตรัง ร่วมแถลงจับกุมผู้ต้องหาลักทรัพย์บ้านพัก นายอดิศร ตันเฮงชวน ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ ได้เงินสดและทรัพย์สินไปกว่า 10 ล้านบาท โดยนายอดิศร พร้อมลูกสาว และนายสมปอง พ่วงพูน กำนันตำบลนาเมืองเพชร ร่วมรับฟังด้วย
พ.ต.อ.อภิชัย เปิดเผยว่า คดีนี้คนร้ายเป็นชาย 2 คน เข้าลักทรัพย์บ้านพัก ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ ริมถนนตรัง-สิเกา ช่วงเวลา 03.07 น. คืนวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา กล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้เห็นรูปพรรณชัดเจน คนร้ายยกตู้เซฟเก็บของมีค่าจำนวนมาก มีเงินสด 2.8 ล้านบาท พระหลวงปู่ทวด รุ่น 2497 มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท พระอื่นๆ สร้อยทอง แหวนพลอยล้อมเพชร นาฬิกาโรเล็กซ์ และนาฬิกาข้อมืออื่นๆ รวมทั้งหมดกว่า 10 รายการ มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท หลบหนีไป
จากการสืบสวนพบว่าเป็นกลุ่มคนร้ายที่เคยก่อเหตุลักทรัพย์ลักษณะนี้มาแล้วหลายคดีในพื้นที่ สภ.เมืองตรัง และเคยมีหมายจับมาแล้วช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา โดยออกหมายจับนายศราวุธ อายุ 41 ปี และ นายนุชพงศ์ อายุ 31 ปี ชาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ก่อนตามจับนายนุชพงศ์ ได้ที่บ้านเช่า อ.คลองท่อม จ.กระบี่ พร้อมยึดทรัพย์สินที่ถูกขโมยได้บางส่วน รวมทั้งซากตู้เซฟที่นำไปทิ้งในสวนหลังบ้าน ตรวจยึดทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปได้มีเงินสด 750,000 บาท รถจักรยานยนต์ 1 คัน ซึ่งคนร้ายนำเงินที่ขโมยได้ไปซื้อมา และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง
จากการสอบสวน รับสารภาพว่าได้รับส่วนแบ่งเงินสดมาราว 1 ล้านบาท โดยไม่รู้ว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านใคร เคยก่อเหตุลักทรัพย์ในลักษณะนี้มาแล้ว 1-2 ครั้ง ยอมรับว่าเสพยาเสพติด ส่วนทรัพย์สินอื่นๆที่เหลืออยู่กับนายศราวุธ ที่ยังหลบหนีได้แบ่งเอาไป และไม่รู้ว่าหนีไปที่ไหนหลังจากแบ่งเงินกันแล้วก็แยกย้าย ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย อยากขอโทษผิดไปแล้วไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้แล้ว
ด้าน นายอดิศร กล่าวว่า ไปทำธุระที่กทม. ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย.เพิ่งกลับมาวันนี้ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้นำท้องที่ ฝ่ายปกครอง ที่สามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ตนสบายใจและมีความมั่นใจในการทำงานของตำรวจ สะท้อนความเชื่อมั่นให้กับจังหวัดตรังในเรื่องการปกป้องทรัพย์สินของประชาชน หลังจากนี้คงต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นกว่าเดิม เพราะบ้านของตนเป็นบ้านเปิด ที่ปกติแล้วมีคนเข้าออกอยู่ตลอด
สำหรับทรัพย์สินในตู้เซฟที่ถูกขโมยไปนั้น ในส่วนของเงินสด มีทั้งเงินของมารดาที่ฝากไว้และเงินที่ตนถอนมาเตรียมใช้ในกิจการของบริษัท รวมทั้งทรัพย์สินอื่นๆ เช่น พระเครื่อง นาฬิกา แหวนพลอยล้อมเพชร ก็อยากได้คืนทั้งหมด แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องทำใจว่าอาจต้องเสียไปบ้าง เพราะชีวิตคนสำคัญกว่า ซึ่งโชคดีที่คนร้ายไม่ได้ทำร้ายคนในบ้าน เพราะมีมารดาอายุ 89 ปี และแม่บ้านนอนหลับอยู่ ขอตั้งรางวัล 1 แสนบาทให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแสในการติดตามจับกับคนร้ายที่เหลือ และทรัพย์สินกลับคืนมา


