ไหปลาร้าก็ไม่เว้น แม่น้ำตาร่วงลูกชายวัย 30 ลักของในบ้านขายจนเกลี้ยง บังคับเอาเงินไม่ได้ก็อาละวาดขู่จะทุบตีทั้งแม่ทั้งหลาน ต้องคลานไปกราบเท้า ออกหาจับปลาทำปลาร้าขายได้วันละ 50 บาทไม่เคยเหลือ ต้องอดมื้อกินมื้อ
วันที่ 6 ต.ค.2568 ร.ต.ท.สมประสงค์ พลลาภ รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี รับแจ้งเหตุลูกชายลักทรัพย์สินของแม่มาขายอยู่ริมถนนของศาลาริมทางถนนอุดรธานี-สามพร้าว ต.สามพร้าว ใกล้มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา ศูนย์เรียนรู้อุดรธานี ต.สามพร้าว อ.เมืองอุดรธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม นายสัญญา แย้มบุปผา สจ.อุดรธานี เขต 5
เมื่อไปถึงพบมีพ่อค้านำสิ่งของเก่ามาวางขายเป็นของมือสองอยู่ริมฟุตปาธ โดยมีหญิง อายุ 61 ปี ยืนชี้ปิ่นโต ฟืมทอเสื่อ ไหปลาร้า และโอ่งใส่น้ำที่วางอยู่เป็นสิ่งของตัวเอง พร้อมเล่าว่า ขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างออกจากบ้านไปกัยกยอและตกเบ็ดหาปลามาทำปลาร้าพอผ่านศาลาริมทางก็เห็นสิ่งของวางอยู่ในศาลา จำได้ว่าไหใบนั้นเป็นไหสำหรับหมักปลาร้าของตนจึงเลี้ยวรถกลับมาดู
” เดินดูทั่วร้าน ก็จำฟืมสำหรับทอเสื่อ ปิ่นโตที่หวงมากอีก 2 ใบ ซึ่งนำไปซ่อนไว้แล้วเอาออกมาขัดเตรียมไปวัดพรุ่งนี้ ไหสำหรับหมักปลาร้า 3 ใบ และโอ่งน้ำที่ตักน้ำใส่จนเต็มก่อนออกจากบ้านเป็นของตัวเอง เพราะเก็บสะสมไว้นานแล้ว สอบถามเจ้าของร้าน ทราบว่ามีผู้ชายนำสิ่งของมาขายจึงโทรศัพท์ไปสอบถามลูกชาย อายุ 30 ปี เขาก็ตอบว่าเป็นคนเอามาขาย ”
แม่ บอกต่อว่า ที่บ้านอาศัยอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 คน มีตน ลูกชาย ลูกสะใภ้และหลาน 2 คน สามีเสียชีวิตได้ 2 ปีแล้ว โดยลูกชายคนนี้จะขอเงินตลอด ถ้าไม่ได้ก็จะนำสิ่งของในบ้านไปขายใกล้จะหมดแล้ว แม้แต่ถังแก๊ส และบันไดก็เอาไปขาย ถ้าไม่ให้ก็จะทำร้ายร่างกายตนและหลาน วันนี้ขู่บังคับเอาเงินไป 170 บาท ทำให้ตนและหลาน 2 คนต้องอดข้าว เคยลานไปกราบเท้าลูกไม่ให้ทำร้ายแม่และพังรถพ่วงข้าง ไม่แน่ใจว่าลูกชายเสพยาบ้าหรือไม่ เพราะไม่เคยเห็น แต่คิดว่าคงจะเสพถึงเป็นอย่างนี้
ด้านพ่อค้า ระบุ บ่ายวานนี้มีผู้ชายขี่รถจักรยานยนต์มากับภรรยา ลักษณะตาแดงๆมาบอกว่ามีไหอยู่บ้านจำนวนมากจะเอามาขายให้ ตนถามว่าเป็นไหใคร ผู้ชายก็ยืนยันว่าเป็นไหตัวเอง ตนก็บอกให้ถามพ่อแม่ให้ดีก่อนนำมาขาย เช้าวันนี้ผู้ชายคนเดิมขับรถกระบะส่งของมาคนเดียว นำเอาไห 3 ใบ โอ่งน้ำ 1 ใบ ฟืมทอสาด ปิ่นโต 2 เถา นำมาขายให้ซึ่งตนปฏิเสธไม่รับซื้อ เพราะว่ามีไหมากแล้ว ผู้ชายก็คะยั้นคะยอให้ซื้อบอกจะเอาเงินไปซื้อข้าวกิน ตนสงสารก็เลยให้เงินไป 400 บาท แต่ให้ถือว่าไม่ได้ซื้อขาย เพราะคิดว่าสิ่งของนี้น่าจะมีปัญหาภายหลัง พอได้เงินไปก็กลับไปเลย แล้วก็มีปัญหาจริงๆ ซึ่งตนขอยกสิ่งของที่ซื้อคืนให้ทั้งหมดเลย
จากนั้นเจ้าหน้าที่แนะนำให้ผู้เป็นแม่ ไปแจ้งความเพื่อจะได้ดำเนินคดีกับลูกชายข้อหา ลักทรัพย์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ด้านนายสัญญา แย้มบุปผา สจ.อุดรธานี เขต 5 เมื่อเห็นว่ารถจักรยานยนต์พ่วงข้างของผู้เป็นแม่ มีสภาพเก่าและชำรุดหลายจุด จึงโทรศัพท์เรียกช่างซ่อมมาเปลี่ยนสเตอร์รถ เปลี่ยนโซ่ ระบบเบรก เจ้าตัวถึงกับน้ำตาคลอเบ้า ยกมือไหว้ขอบคุณที่เมตตาเปลี่ยนให้ เนื่องจากมีรายได้จากการหาปลาเพียงวันละ 40-50 บาทเท่านั้น




