เจ้าของคณะแตรวง พรพ่อพา ศิษย์ขุนเเผน ชื่นชมกลุ่มเยาวชนมารวมตัวกันเรียน ซ้อมเล่นแตรวง ก่อนออกรับงานบุญต่างๆ หารายได้เป็นทุนการศึกษา ชี้เพิ่มทักษะด้านดนตรีที่สามารถต่อยอดสู่อาชีพในอนาคตได้

วันที่ 10 ต.ค.2568 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังคณะแตรวง “พรพ่อพา ศิษย์ขุนเเผน” ตั้งอยู่ ต.เบิกไพร อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี หลังทราบว่าได้มีเด็กและเยาวชนมารวมตัวกันเรียนและซ้อมเล่นแตรวง ก่อนออกรับงานบุญต่าง ๆ หารายได้เป็นทุนการศึกษา

เมื่อไปถึงพบกลุ่มศิลปินตัวน้อยกว่าสิบชีวิตกำลังเล่นเครื่องดนตรีรัวกลองชุด เป่าแตรวงกันอย่างชำนาญ ด้วยจังหวะเพลงที่สนุกสนานเร้าใจ ทำให้คนฟังอดเต้นตามไม่ได้

นายนพดล พุทธา หรือ ครูอ้น เจ้าของคณะแตรวงพรพ่อพา ศิษย์ขุนเเผน เปิดเผยว่า ปัจจุบันตนรับสืบทอดกิจการคณะแตรวงเป็นรุ่นที่ 3 โดยมีนักดนตรีที่อยู่ในความรับผิดชอบรวม 40 คน รับจ้างออกงานบรรเลงเพลงสร้างความบันเทิงให้กับผู้คนทั่วประเทศ

ในส่วนของ “แตรวงพรพ่อพา ศิษย์ขุนเเผนจูเนียร์” ถือกำเนิดมาจาก นายพา พุทธา ปู่ของตน ที่มีแนวคิดอยากเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เข้ามาเรียนดนตรี ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดอาชีพในอนาคต ขอเพียงมีใจรักและตั้งใจฝึกฝน

ปัจจุบัน เด็ก ๆ ส่วนใหญ่จะมาจากการชักชวนกันปากต่อปาก โดยทางคณะไม่เก็บค่าเรียน เครื่องดนตรีทุกชิ้น รวมถึงอาหารการกิน ทางคณะเป็นผู้จัดเตรียมให้ทั้งหมด เพราะอยากสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ ห่างไกลจากการขี่รถจักรยานยนต์เล่น หรือมัวแต่เล่นเกมในโทรศัพท์มือถือ อีกทั้งเด็ก ๆ ยังได้รับค่าขนมจากการออกงานแสดงในช่วงวันเสาร์ – อาทิตย์ อีกด้วย

ในขั้นตอนการฝึก ตนจะให้เด็กทุกคนได้ลองสัมผัสกับทุกเครื่องดนตรี ถ้าเป่าไม่ออกหรือเล่นไม่ได้ ก็เปลี่ยนให้ลองเครื่องดนตรีชนิดอื่น เพื่อให้ค้นหาสิ่งที่ชอบและเหมาะกับตัวเอง โดยเริ่มจากพื้นฐานการเป่าเสียง “โด” ให้ชัดและกลมก่อน เพื่อให้ต่อเพลงได้ถูกต้อง คล้ายการฝึกพูดให้ชัดเจน จากนั้นจึงฝึกไล่โน้ต โด เร มี ฟา ซอล ลา ที จนครบชุด แล้วจึงเริ่มต่อเพลง ใช้เวลาประมาณ 2 – 3 เดือน จึงสามารถเล่นเพลงได้ โดยการเรียนจะเป็นลักษณะแบบพี่สอนน้อง

สำหรับการรับงาน จะแบ่งออกเป็น 2 ชุด คือ ชุดใหญ่และชุดเยาวชน เพื่อรองรับงานที่จัดพร้อมกันหลายแห่ง รายได้เริ่มตั้งแต่ 300–500 บาทต่อครั้ง และจะปรับเพิ่มตามความสามารถของแต่ละคน

นายนพดล กล่าวทิ้งท้ายว่า ในฐานะหัวหน้าวง ตนรู้สึกภูมิใจอย่างมากเมื่อเห็นเด็ก ๆ เล่นดนตรีได้ดี และได้รับคำชื่นชม เพราะนั่นทำให้พวกเขามีกำลังใจในการพัฒนาฝีมือต่อไป ไม่เคยคิดเลยว่าวงแตรวงเล็ก ๆ นี้ จะสามารถสร้างทั้งความสุขและความภาคภูมิใจได้มากขนาดนี้

ด้าน ด.ช.อลงกณ์ ฉิมพิบูลย์ หรือ น้องลูฟี่ อายุ 10 ปี เปิดเผยว่า ก่อนที่จะเข้ามาที่คณะแตรวง ตนทำหน้าที่เป่าทรัมเป็ดของวงโยธวาทิตโรงเรียนวัดบ้านโป่ง (สามัคคีคุณูปถัมภ์) กระทั่งพ่อได้แนะนำและพามาให้รู้จักกับคณะแตรวง จึงตัดสินใจเข้ามาขอเป็นศิษย์ของครูอ้น

โดยหลังจากเลิกเรียนทุกวัน ตนจะซ้อมดนตรีวงโยธวาทิตที่โรงเรียนก่อน แล้วค่อยเดินทางมาซ้อมแตรวงต่อ ใช้เวลาซ้อมครั้งละประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่การท่องโน้ตและเป่าเพลง โดยสังเกตว่าดนตรีแตรวงมีคีย์และสไตล์ต่างจากวงโยธวาทิตอย่างชัดเจน และโดยส่วนตัวแล้ว ตนชื่นชอบดนตรีของแตรวงมากกว่า เพราะเล่นแล้วรู้สึกสนุก ซึ่งปัจจุบันตนสามารถเล่นเพลงได้มากกว่า 10 เพลง ในส่วนของเพลงที่ชื่อชอบเป็นพิเศษ ได้แก่ เพลงรักข้ามคลอง สาวบางโพ ดาวพระศุกร์

ตนยอมรับว่าบางวันก็รู้สึกเหนื่อย แต่ก็ไม่ท้อ เพราะนอกจากจะได้อยู่กับเสียงเพลง และพี่ ๆ เพื่อน ๆ ที่รักในสิ่งเดียวกันแล้ว ยังมีรายได้จากการออกงานแสดงสำหรับเป็นค่าขนมและค่าใช้จ่ายในการเรียน ช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว แม้รายได้จะไม่มาก แต่ก็เต็มไปด้วยความภูมิใจ

นายนิคม ติเยาว์ ผู้ปกครอง เปิดเผยว่า เนื่องจากตนมีอาชีพรับจ้างม้าแห่นาค ทำให้มีโอกาสได้คลุกคลีกับแตรวงคณะนี้อยู่บ่อยครั้ง และประทับใจในความตั้งใจของครูอ้น จึงตัดสินใจพาลูกชายและลูกสาวมาฝากตัวเป็นศิษย์ เพราะเชื่อมั่นว่าเด็ก ๆ จะได้รับการปลูกฝังในทางที่ดี

การเข้ามาเรียนรู้ดนตรีในคณะนี้ ช่วยปรับพฤติกรรมของลูกให้ดีขึ้น ทั้งด้านการรู้จักแบ่งเวลา มีระเบียบวินัย และรู้จักช่วยเหลือผู้อื่น อีกทั้งยังเพิ่มทักษะด้านดนตรีที่สามารถต่อยอดสู่อาชีพในอนาคตได้ เพราะหน่วยงานหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัย และหน่วยงานในสังกัดกองทัพ ไม่ว่าจะเป็นดุริยางค์ทหารเรือหรือดุริยางค์ทหารอากาศ ล้วนมีความต้องการบุคลากรด้านดนตรีอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้ที่สนใจว่าจ้าง แตรวงพรพ่อพา ศิษย์ขุนแผน ไปแสดงในงานบุญหรืองานรื่นเริงต่าง ๆ ทั่วประเทศ สามารถติดต่อได้ทางเพจเฟซบุ๊ก “แตรวงพรพ่อพา ศิษย์ขุนแผน” หรือโทรศัพท์หมายเลข 0983031577

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน