เปิดกรุสมบัติชาติ พระธาตุโนนตาล เก่าแก่ 123 ปี เจอยอดฉัตร ทอง สร้อยสังวาลย์ พระโบราณ กรมศิลป์คาดใช้งบ 20 ล้าน สร้างพระธาตุโนนตาลใหม่
จากกรณีพระธาตุโนนตาล ที่มีหลักฐานกล่าวถึงประวัติว่าก่อสร้างเมื่อปี 2445 ได้พังถล่มลงมา ท่ามกลางความเสียใจของชาวบ้านและผู้ที่ศรัทธา ด้านนายวรวิทย์ พิมพนิตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม รรท.ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นายชินวัต ทองปรีชา นายอำเภอท่าอุเทน กรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอุเทน และฝ่ายปกครอง นำเชือกไปกั้นบริเวณโดยรอบ เพื่อป้องกันสิ่งของมีค่าที่พังทลายลงกับพระธาตุไม่ให้สูญหาย
เบื้องต้นจะได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ท่าอุเทน เนื่องจากพระธาตุองค์นี้เป็นสมบัติของชาติและเป็นทรัพย์ของแผ่นดิน ต้องรอให้กรมศิลป์ฯ เดินทางมาตรวจสอบความเสียหาย ผู้เฒ่าผู้แก่ที่เดินทางมาพบเห็นก็ใจหาย เพราะพวกเขาเคยมาทำบุญบูรณะกันเยอะ พระธาตุองค์นี้บูรณะต่างกรรมต่างวาระ ทั้งซ่อมแซมทาสี
สอบถามชาวบ้านบอกว่ามีสิ่งของมีค่าเบื้องต้นมีพระพุทธรูปโบราณจำนวนมาก บรรจุในองค์พระธาตุ พบฉัตรทอง สร้อยทองคำและสังวาลย์ จึงให้ฝ่ายปกครองมาดูแลและสั่งห้ามถ้าไม่ใช่เจ้าหน้าที่จากกรมศิลป์ฯ ห้ามยุ่งเกี่ยวและแตะต้องเด็ดขาด
ล่าสุดวันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุพระธาตุโนนตาล บ้านธาตุ ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม อายุราว 123 ปี ล้มพังทลายจากสภาพเก่าก่อสร้างแบบโบราณ ลักษณะอิฐและปูน ทำให้โครงสร้างทรุด องค์พระธาตุมีรอยร้าวมาตั้งแต่ปี 2562 คาดว่าดินอุ้มน้ำ ฐานทรุด จนกระทั่งล้มลง เสียหายทั้งหมดรวมถึงตัวโบสถ์โบราณที่สร้างติดกัน
นายชินวัต ทองปรีชา นายอำเภอท่าอุเทน นครพนม พร้อมด้วยผู้นำชุมชน ท้องถิ่น เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนจากสำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบ เก็บหลักฐานเพิ่มเติม วางแนวทางสร้างองค์ใหม่ แทนองค์เดิมที่ล้มลง เนื่องจากโครงสร้างองค์เดิมเป็นอิฐถือปูนโบราณ ทำให้เสียหายทั้งหมด ไม่สามารถบูรณะจากองค์เดิมได้
นายชินวัต ทองปรีชา นายอำเภอท่าอุเทน นครพนม เปิดเผยว่า จากข้อมูลหลักฐานทางประวัติศาสตร์ สำหรับพระธาตุโนนตาล มีการค้นพบประมาณปี 2445 ถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์สำคัญในการอพยพย้ายถิ่นฐานของชาวไทย้อ อ.ท่าอุเทน นครพนม มาสร้างบ้านแปงเมือง และมีการค้นพบพระธาตุโนนตาล เดิมเป็นสถูปเก่า และมีการบูรณะมาต่อเนื่อง พร้อมมีการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อปี 2536
ต่อมาเมื่อปี 2560 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ก่อนที่มีการอนุมัติงบประมาณ กว่า 2.6 ล้านบาท เพื่อบูรณะซ่อมแซม เนื่องจากพบรอยร้าว โครงสร้างพระธาตุโนนตาล อยู่ระหว่างการดำเนินการ แต่ล้มก่อน คาดว่าเกิดจากปัญหาสภาพโครงสร้าง รวมถึงดินอุ้มน้ำ เกิดปัญหาฐานทรุด ก่อนพังทลายลง รวมถึงตัวโบสถ์บางส่วน เสียหายจากองค์พระธาตุล้มทับ
คาดว่าจะต้องสร้างองค์ใหม่แทนองค์เดิม โดยทางสำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณก่อสร้างองค์ใหม่ รูปแบบคล้ายองค์เดิม ต้องใช้งบประมาณกว่า 20 ล้านบาท
ส่วนหลักฐานสำคัญที่ค้นพบ คือ ยอดฉัตรเจดีย์ เป็นทองเหลือง 5 ชั้น ความยาวประมาณ 2 เมตร รวมถึงมีสร้อยคอทองคำ สองเส้น น้ำหนักรวม 3 บาท คาดว่ามีผู้ศรัทธา นำมาถวายในช่วงประกอบพิธียกยอดฉัตร ตั้งแต่ปี 2536 นอกจากนี้ยังพบ พระพุทธรูปโบราณปางเชียงรุ้ง สร้างด้วยสำริด เป็นพระยืนองค์แรกสูงประมาณ 40 เซนติเมตร หน้าตักประมาณ 3 นิ้ว
องค์ที่สอง สูงประมาณ 30 เซนติเมตร ฐานกว้างประมาณ 3 นิ้ว และองค์ที่สาม เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ สูงประมาณ 10 เซนติเมตร หน้าตักประมาณ 3 นิ้ว คาดว่าอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี พร้อมตรวจสอบเก็บเป็นหลักฐาน