สลด พะยูนถูกตัดหัวหลังนอนเกยตื้นตาย คาดเอาเขี้ยวไปทำของขลัง หลังก่อนหน้านี้เจอตัดไปแล้ว1ตัว ผู้ว่าฯเรียกประชุมด่วนตั้งชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจดูแล
วันที่ 14 ตุลาคม 2568 นายอาหลีชาญน้ำ นายกสมาคมคนรักเลจังหวัดกระบี่ ให้ข้อมูลว่า เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ 14 ต.ค.68 ได้รับแจ้งพบพะยูน ตาย จำนวน 1 ตัว ลอยตายบริเวณ ม.2 บ้านเกาะปู ต.เกาะศรีบอยา อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 100 กิโลกรัม สภาพยังสมบูรณ์ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง ได้นำซากไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตาย
นายอาหลี ยังกล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้มีการพบพะยูน ตายในสภาพถูกตัดหัว เป็นภาพที่สลดแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก จากการสอบถามชาวประมงทราบว่า ปลาพะยูนตัวที่ตายถูกตัดหัว น่าจะตายก่อนแล้วมีการตัดหัวเพื่อเอาเขี้ยวไปขาย ทำเป็นขงขลัง จำพวกเมตตามหานิยม ให้คนรักคนหลง
นายอาหลี ยังกล่าวด้วยว่า ตัวที่ถูกตัดหัวมีข้อมูลจากชาวประมง คาดว่าติดอวนลากตายเนื่องจากจุดที่พบอยู่ห่างจากฝั่งมาก ก่อนที่จะมีคนมาพบแล้วตัดหัวเพื่อเอาเขี้ยว อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหามาตรการป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นการขยายเขตทางทะเล ซึ่งตนได้เสนอไปนานแล้วแต่ยังไม่ได้รับการพิจารณา
ขณะที่ นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ จังหวัดกระบี่ ได้จัดประชุมชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจดูแลคุ้มครองพะยูนในพื้นที่ โดยร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดกระบี่ มอบหมายให้นายสุวิทย์ สุริยะวงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และนายเผด็จ ลายทอง รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง เป็นประธานการประชุม มีชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจฯ จากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ที่ห้องประชุมอ่าวลึก ศาลากลางจังหวัดกระบี่
นายสุวิทย์ สุริยะวงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ตามที่ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค.พบซากพะยูนตัวเต็มวัย ลักษณะภายนอกพบบาดแผลรอยเขี้ยวจากพฤติกรรมฝูงตามลำตัว และบาดแผลฉกรรจ์จากการถูกตัดด้วยของมีคม บริเวณส่วนหัวกลางกะโหลกศีรษะมีรอยแตก กะโหลกส่วนหน้า ขากรรไกรบนและล่างถูกตัดขาดสูญหายไป ลักษณะขอบแผลคม คาดว่าถูกตัดหัวด้วยของมีคมหลังจากพะยูนตายแล้ว เกยตื้นบริเวณหน้าหาดบ้านหลังเกาะ หมู่ที่ 7 ตำบลเกาะศรีบอยา อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่

ซึ่งพะยูนเป็นสัตว์ป่าสงวน ตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 เพื่อให้การอนุรักษ์พะยูนเป็นไปตามเป้าหมาย ผู้ว่าฯกระบี่จึงแต่งตั้งชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจดูแลคุ้มครองพะยูนในพื้นที่จังหวัดกระบี่ เพื่อป้องกันความสูญเสียที่จะเกิดแก่ประชากรพะยูน โดยมีรองผู้ว่าฯ เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ มีหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมเป็นชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 เป็นเลขานุการชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ มีอำนาจหน้าที่ ตรวจสอบและแสวงการหาข่าว รวมทั้งประสานข้อมูลที่สำคัญของการแจ้งเหตุ แจ้งเบาะแส เพื่อพบพะยูนบาดเจ็บ หรือถูกคุกคาม และรับเรื่องร้องเรียนและเปิดคดีสืบสวนเชิงลึกกรณีพบซากพะยูนหรือเบาะแสการฆ่า/ค้าพะยูน รวมทั้งกำหนดลำดับความสำคัญคดีเร่งด่วน(Hot Cases)
นอกจากนี้ ยังได้ให้ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ สืบสวนหาข่าวแหล่งซื้อขายซากพะยูน เพื่อดำนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งผู้ค้าและผู้ครอบครอง พร้อมทั้งให้มีการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในการอนุรักษ์พะยูน การปลูกและขายพันธุ์หญ้าทะเลที่เป็นแหล่งอาหารสำคัญของพะยูน เป็นต้น
นายเผด็จ ลายทอง รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า แม้ว่าปัจจุบันยังไม่พบพฤติกรรมการล่าพะยูน แต่เมื่อพะยูนตายตามธรรมชาติก็จะมีผู้ตัดเขี้ยวของพะยูนไปขายในตลาดมืดเพื่อทำเครื่องรางของขลัง ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย โดยผู้ค้าผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าสงวน กำหนดโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ไม่เกิน 15 ปี หรือปรับ 300,000-1,500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง

ในส่วนของเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์เฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง และลาดตระเวน เฝ้าระวัง คุ้มครองพะยูน โดยเรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อติดตามสถานการณ์และป้องกันกิจกรรมที่อาจเป็นอันตรายต่อพะยูนได้
สำหรับสถานการณ์พะยูนในประเทศไทย พ.ศ. 2568 จำนวน 203 ตัว โดยปี 2566 มีประชุมสูงสุด 270 ตัว ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ฝั่งอันดามัน 90 % โดยที่จังหวัดกระบี่ พบจำนวน 18 ตัว ส่วนใหญ่ที่เกาะศรีบอยา ส่วนตรัง 59 ตัว สตูล 6 ตัว เกาะพระทองและเกาะคอเขา จ.พังงาและฝั่งตะวันตก จ.ระนอง 30 ตัว เกาะยาวน้อย-ใหญ่ อ่าวพังงา อ่าวป่าคลอก 75 ตัว
ส่วนสถิติพะยูนเกยตื้น จ.กระบี่ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จำนวน 7 ตัว 2568 จำนวน 17 ตัว และ 2569 จำนวน 3 ตัว สาเหตุการเกยตื้น จ.กระบี่ ไม่ทราบสาเหตุ 50 % ป่วย 42 % อุบัติเหตุทางทะเล 4 % และเครื่องมือประมง 4 % ส่วนสภาพภาพหญ้าทะเลในพื้นที่ จ.กระบี่ ปี 2568 พบพื้นที่การกระจายของหญ้าทะเลประมาณ 10,894 ไร่ มีค่าเฉลี่ยการปกคลุมต่ำ 4% มีการเปลี่ยนแปลงที่เสื่อมโทรมลง เปรียบเทียบกับ ปี 2566 (14,577 ไร่) ลดลง 20 %