ประกันสังคมก้าวหน้า ออกแถลงการณ์ ‘การปฏิรูประบบสุขภาพ’ ยกระดับนโยบายสุขภาพสู่องค์รวมระบบรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า ที่มั่นคง เป็นธรรม-ยั่งยืน แนะ รื้อบอร์ด สปสช. เพิ่มสัดส่วน ปชช.-รพ.

24 ต.ค. 68 – ประกันสังคมก้าวหน้า ออกแถลงการณ์ ระบุว่า จากกรณีปัญหาด้านการเงินการคลังของระบบสุขภาพ ที่กำลังเป็นที่กังวลของหลายภาคส่วนของสังคมในปัจจุบัน ซึ่งล่าสุดได้นำไปสู่ความขัดแย้งระหว่าง สถานพยาบาล ผู้ให้บริการสุขภาพ คนทำงานในระบบสุขภาพ กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อผู้รับบริการสุขภาพต่อไป

ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ขอนำเสนอแนวทางการปฏิรูประบบสุขภาพ จากมุมมองของบอร์ดบริหารกองทุนสวัสดิการสังคมที่สำคัญอีกกองทุนหนึ่ง ด้วยเป้าหมายเพื่อการยกระดับแนวทางนโยบายด้านสุขภาพไปสู่องค์รวมของระบบรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าที่มั่นคง เป็นธรรมและยั่งยืน

โดยหวังว่า ข้อเสนอของพวกเราดังนี้จะถูกพิจารณาในวงกว้างโดย รัฐบาล รัฐสภา สถานพยาบาลและหน่วยบริการต่างๆ ผู้ให้บริการสุขภาพในภาครัฐ เอกชน และอื่น ๆ รวมถึงพี่น้องประชาชน คนไข้ ผู้ประกันตน บุคลากรทางการแพทย์ และ คนทำงานด้านสาธารณสุขทุกคน

1. ต้องมีการปฏิรูประบบการเงินการคลังของระบบสุขภาพในประเทศไทยทั้งหมด เพื่อปรับเพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพระบบการเบิกจ่ายเงินด้วยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เช่น ภาคประชาชน บุคลากรทางการแพทย์และผู้ให้บริการสุขภาพ

โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างประสิทธิภาพระบบการรักษาพยาบาลเป็นหลัก และต้องมีการเสริมสร้างความมั่นคงของระบบสุขภาพด้วยการจัดสรรงบประมาณรัฐประจำปี ให้มากเพียงพอต่อการรองรับบริการสุขภาพของประชากรในประเทศทั้งหมด

ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้สถานพยาบาลและผู้รับบริการต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากปัญหาขาดแคลนบุคลากรและทรัพยากรทางการแพทย์ และ เพื่อไม่ให้เกิดการผลักภาระค่าใช้จ่ายดังนี้ ไปยังประชาชนเจ้าของภาษีผ่านนโยบายการร่วมจ่ายอย่างซ้ำซ้อน (คล้ายกับกรณีของสิทธิประกันสังคม)

2. ต้องมีการปฏิรูปคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยการเปลี่ยนสัดส่วนของคณะกรรมการให้ปรับลดสัดส่วนข้าราชการโดยตำแหน่งลง และเพิ่มสัดส่วนประชาชนกับสถานพยาบาลผู้ให้บริการในจำนวนที่ทัดเทียมกัน

โดยสำหรับสัดส่วนประชาชนนั้นให้เป็นการเลือกตั้งทางตรงทั่วประเทศ และสัดส่วนสถานพยาบาลนั้นให้มาจากการคัดเลือกกันเองภายใต้หลักการของการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการบริหารจัดการระบบสุขภาพของประเทศ

ทั้งนี้ให้การปฏิรูปนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานว่า ความก้าวหน้าของนโยบายรัฐจะตั้งต้นจากหลักการประชาธิปไตยที่หลากหลาย เปิดกว้างและยึดโยงกับผลประโยชน์ของสาธารณะอย่างตรงไปตรงมา

3. ต้องมีการสถาปนาสิทธิประโยชน์กลางแห่งประเทศไทย รวมถึงมาตรฐานการรักษาพยาบาลกลางแห่งประเทศไทย เพื่อให้ก่อกำเนิดสิทธิขั้นพื้นฐานที่บุคคลในทุกกลุ่มอาชีพและการดำรงชีวิต ในทุกกองทุนสุขภาพ สามารถเข้าถึงได้จริง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสิทธิด้านสุขภาพและความซ้ำซ้อนภายใต้ระบบราชการ

โดยต้องจัดให้ภาคประชาชน ผู้ให้บริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมกับการปรับปรุงสิทธิประโยชน์พื้นฐาน การสะท้อนถึงคุณภาพการรักษา การบริการและการเข้าถึงระบบสุขภาพ โดยสาธารณะอย่างสม่ำเสมอ

4. ต้องมีการขยายการคุ้มครองสิทธิแรงงานขั้นพื้นฐานไปยังแรงงานภาครัฐในระบบสุขภาพ เพื่อให้เป็นไปตามหลักการของงานที่มีคุณค่าสากล (Decent Work) อาทิเช่น การได้รับค่าตอบแทนที่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัว สภาพการทำงานที่ปลอดภัย และภาระงานที่เป็นธรรมต่อผู้ใช้แรงงาน

การมีสัญญาจ้างงานที่เป็นไปตามกฎหมายและนำไปสู่การเสริมสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่มั่นคงของคนทำงาน และต้องมีการคุ้มครองสิทธิในการจัดตั้งสหภาพแรงงานและการต่อรองร่วม ตามอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 เพื่อให้คนทำงานในระบบสุขภาพของรัฐและคนทำงานทุกสายอาชีพนั้นสามารถเข้าถึงสิทธิในการธำรงสิทธิแรงงานของตนเอง–ด้วยตนเอง

ทีมประกันสังคมก้าวหน้า จึงขอใช้โอกาสดังนี้ในการนำเสนอนโยบายด้านสุขภาพ รวมถึงจุดยืนแบบรัฐสวัสดิการของพวกเรา ว่าด้วยการต่อกรกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม การขูดรีดแรงงาน และการบริหารรัฐที่ยังไม่เปิดกว้างต่อการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเท่าที่ควร พวกเราในฐานะคนทำงานและคนธรรมดาทั่วไปที่ได้รับเลือกเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารกองทุนประกันสังคมผ่านการเลือกตั้งทางตรงเป็นครั้งแรกในปี 2566

ขอยืนยันว่า ความเปลี่ยนแปลงใดใด อันจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีของคนส่วนใหญ่นั้น ล้วนต้องมาจากการออกแบบร่วมกันระหว่างแรงงานผู้ผลิต-ผู้ให้บริการ และผู้บริโภค-ผู้รับบริการ ผ่านกลไกประชาธิปไตยในทุกระดับของสังคม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน