สาวช็อก! กด ATM แต่ได้งูแถม ก่อนหยิบออกมาได้แค่ 100 เดียว ที่เหลือคืนพร้อมกับงู ตำรวจคาดเป็นงูกะปะมีพิษ ก่อนประสานธนาคารเจ้าของตู้ ให้เข้ามาตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 24 ต.ค.68 ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลคลิปจาก เพจคนสุรินทร์ทำดี ว่า เมื่อเวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ลำดวน อ.ลำดวน จ.สุรินทร์ รับแจ้งเหตุจากประชาชนรายหนึ่ง ในเขตเทศบาลลำดวนสุรพินท์ ว่า พบงูไม่ทราบชนิดอยู่ในตู้ ATM ของธนาคารแห่งหนึ่ง

ขณะกดเงินออกจากตู้ ที่ตั้งอยู่ติดกับสถาบันสินเชื่อชื่อดัง และไม่กล้าหยิบเงินออกจากช่องรับเงิน หลังรับแจ้งจึงลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมพ.ต.อ.สุธี ศรีพรหม ผกก.สภ.ลำดวน, พ.ต.ต.บุญลือ ม่วงศรี สวป.สภ.ลำดวน

ที่เกิดเหตุพบหญิงสาวผู้แจ้งเป็นผู้ช่วยพยาบาล รพ.ลำดวน อ.ลำดวน กำลังยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ ด้วยความตื่นตระหนกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากการสอบถามทราบว่า ขณะที่กำลังกดเงินจากตู้ ATM เพื่อถอนเงินไปช่วยงาน และขณะที่ทำรายการถอนเงินจนเสร็จขั้นตอน กำลังจะหยิบเงินจากช่องจ่ายเงินนั้น

ปรากฏว่ามีงูชนิดหนึ่งออกมาพร้อมเงิน ตนตกใจมาก จึงไม่กล้าหยิบเงินที่ออกมาจากตู้ และรีบถอยหนีออกมา จนกระทั่งช่องจ่ายเงินปิดคืนโดยอัตโนมัติ ทำให้ไม่สามารถหยิบเงินที่กดจำนวน 900 บาท ออกมาจากตู้ได้ พอตั้งสติได้ จึงรีบโทรแจ้งตำรวจ สภ.ลำดวน ให้มาช่วยเหลือดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลำดวน ตรวจสอบช่องรับเงินพบมีเงินแบงก์ร้อยคาอยู่ แต่สามารถดึงเงินออกมาได้แค่ร้อยเดียว ที่เหลือกลับเข้าไปคืนพร้อมกับงู โดยตำรวจ บอกว่า ตามที่เห็นคาดว่าน่าจะเป็นงูกะปะ ซึ่งเป็นงูมีพิษอีกชนิดหนึ่ง ก่อนจะประสานทางธนาคารเจ้าของตู้ มาเปิดตู้ตรวจสอบทั้งงูและเงินที่กดแล้วกลับเข้าไปคืนพร้อมกับงู และช่วงระหว่างรอการตรวจสอบความชัดเจน ให้งดใช้ตู้ชั่วคราวไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน

ทั้งนี้ตามข้อมูลอ้างอิง งูกะปะ (Malayan pit viper) เป็นงูพิษที่มีพิษอันตรายต่อระบบเลือด มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Calloselasma rhodostoma จัดเป็นงูเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสกุล Calloselasma โดยไม่มีชนิดย่อย ที่อยู่ในวงศ์งูแมวเซา (Viperidae) พบกระจายพันธุ์ทั่วไปในภูมิภาคอินโดจีนไปจนถึงแหลมมลายู

สำหรับในประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภาค แต่จะพบมากที่สุดในภาคใต้ เป็นงูที่ปรับตัวให้อาศัยอยู่ในพื้นๆ ที่ทำเกษตรกรรมได้ เช่น สวนยางพาราหรือสวนปาล์มน้ำมัน จึงมักจะมีผู้ถูกกัดอยู่บ่อยๆ นับเป็นงูพิษที่มีอันตรายต่อมนุษย์มากที่สุดที่พบในประเทศไทย ซึ่งพิษของงูกะปะนั้นมีผลต่อระบบเลือด ทำให้เลือดออกมากผิดปกติ เมื่อถูกกัดภายใน 10 นาที หลังบริเวณรอบแผลที่ถูกกัดจะบวมขึ้นอย่างรวดเร็วจนกระทั่งแขนหรือขาข้างนั้นบวมไปหมดภายใน 1 ชั่วโมง

โดยในรอยเขี้ยวจะมีเลือดไหลตลอดเวลา บริเวณแขนขาที่บวมจะมีสีเขียวคล้ำ ผิวหนังเกิดพองตอนแรกมีน้ำใสต่อมาภายหลังมีเลือด ภายหลังถูกกัดไม่กี่วันรอยเขี้ยวจะเกิดการเน่า ทำให้ผิวหนังมีเลือดออกเป็นรอยคล้ำ เลือดออกทางเดินอาหาร ผู้ที่โดนกัดจะเสียชีวิตได้จากความดันโลหิตต่ำ ซึ่งความดันโลหิตต่ำ เกิดจากการเสียเลือดนั่นเอง โดยคำว่า “กะปะ” เป็นภาษาใต้ แปลว่า “ปากเหม็น” ซึ่งหมายถึง แผลของผู้ที่ถูกกัดจะเน่าเหม็น จัดเป็น 1 ใน 7 งูพิษที่มีความสำคัญต่อวงการแพทย์และพิษวิทยา

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน