‘ไทย’จ่อชงปม‘อินเดีย’ค้าสัตว์แปลกข้ามชาติ ถกเวที‘ไซเตสCoP 20’เดือนพ.ย.นี้ พบ 2 ปีคดีพุ่ง 96 เคส ยึดสัตว์ 1,092 ตัวมูลค่า 40-50 ล้านบาท ด้าน ‘อธิบดีอรรถพล-พล.ต.ต. วัชรินทร์’ ได้รางวัล Clark R Bavin Wildlife LAW Enforcement Award โดดเด่นต่อสู้กับอาชญากรรมสัตว์ป่า- พืชป่า
วันที่ 30 ต.ค.2568 นายพลวีร์ บูชาเกียรติ ผอ.ศูนย์ข่าวกรองอาชญากรรมสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยถึงสถานการณ์การลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ ว่า ขณะนี้สถานการณ์การลักลอบค้าสัตว์ป่าที่น่าเป็นห่วงคือ กรณีคดีค้าสัตว์ป่าไทย-อินเดีย โดยการลอบขนสัตว์ป่าทางอากาศของอินเดียในช่วง 2 ปี คือในปี 2567-2568 สามารถยึดสัตว์ป่า 1,092 ตัวใน 96 คดี มีผู้ต้องหาชาวอินเดีย 130 คน มูลค่าราว 40-50 ล้านบาท
นายพลวีร์ กล่าวต่อว่า โดยสัตว์ที่ตรวจยึดได้ส่วนใหญ่เป็นงู สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์แปลก อีกัวนา ตัวคัสคัส นก แมลง เต่าดาวอินเดีย ซึ่งผู้ลักลอบบางคนเลือกใช้วิธีแปลกๆ เช่น งูตัวเล็กๆ ซุกกางเกงชั้นใน บ้างก็ใส่ในกล่องพลาสติกซุกในกระเป๋าเดินทาง การลักลอบผ่านทางสนามบินไทย ปลายทาง 3-4 สนามบิน เช่น เชนไน มุมไบ บังกะลอร์ จนต้องหารือยกระดับเป็นคดีพิเศษของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แล้ว
ทั้งนี้สาเหตุที่อินเดียกลายเป็นปลายทางอาชญากรรมค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ ส่วนหนึ่งเกิดจากแฟชัน อินฟลูเอนเซอร์ การเปิดสวนสัตว์ขนาดเล็ก ทำให้เครือข่ายค้าสัตว์ป่าชาวอินเดียเดินทางมาไทย เพราะต้นทุนลักลอบขนส่งจะถูกกว่าขออนุญาตในอินเดียที่มีเงินอาจจะซื้อไม่ได้ โดยปัญหาการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ มีแนวโน้มเติบโตสูงเป็นอันดับ 4 ในการจัดอันดับอาชญากรรมข้ามชาติระดับโลก แม้ไทยจะเป็นแค่ทางผ่านของกระบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่า โดยเฉพาะสัตว์แปลกสวยงามไปยังประเทศอื่นๆ เช่น อินเดีย ไต้หวัน ซึ่งเจ้าหน้าที่จับและตรวจยึดของกลางมากขึ้น โดยมีการตั้งฉายาผู้รับจ้างขนสัตว์ป่าออกทางสนามบินหรือทางอากาศว่า “นักบิน”
โดยชาวอินเดียจะมาในรูปแบบของนักท่องเที่ยวทั้งมาแบบคู่ คนเดียว มาแบบครอบครัว มีนายหน้าคนไทยร่วมขบวนการให้มาเที่ยวฟรี จ่ายเบี้ยเลี้ยงให้วันละ 300 บาท แต่ขากลับฝากกระเป๋าขนสัตว์ป่าออกไปด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า กรณีที่เกิดขึ้นทำให้ไทยเตรียมใช้เวทีภาคีอนุสัญญา CITES ครั้งที่ 20 (CITES CoP 20) ที่เมืองซามาร์คันด์ สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน ระหว่างวันที่ 23 พ.ย.-5 ธ.ค.นี้ รายงานความก้าวหน้าต่อที่ประชุมไซเตสใน 2-3 ประเด็น
โดยน.ส.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ประธานการประชุมคณะกรรมการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ประจำประเทศไทย ครั้งที่ 1/2568 เพื่อเตรียมความพร้อมของไทยในการประชุม CoP 20 มีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การประชุมครั้งนี้ มีการรายงานความก้าวหน้าประเด็นสำคัญ เช่น การส่งสัตว์ป่าคืนสู่ประเทศถิ่นกำเนิด การแก้ไขการแพร่ระบาดของสัตว์ต่างถิ่น การแจ้งครอบครองสัตว์ป่าควบคุม และการลักลอบค้าสัตว์เลี้ยงประเภทพิเศษ (Exotic pet) จากไทย-อินเดีย
นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบท่าทีของไทยต่อวาระการประชุม CITES CoP 20 โดยมีมติ “ไม่สนับสนุน” วาระหลัก (Working Document) จำนวน 2 วาระ เนื่องจากเห็นว่าอาจสร้างภาระต่อการตรวจสอบ และการจัดการ รวมถึง “ไม่สนับสนุน” ข้อเสนอ (Proposal) 2 ข้อ เนื่องจากมีข้อจำกัดการประเมินผลกระทบ และการตรวจสอบแหล่งที่มา อีกทั้งไทยยังได้รับรางวัล Clark R Bavin Wildlife LAW Enforcement Award จำนวน 2 รายได้แก่
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธ์พืช และ พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ อดีตผู้บังคับการกองบังคับปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) ซึ่งรางวัลดังกล่าวมอบให้กับบุคคล องค์กร และหน่วยงานที่มีความโดดเด่นในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมสัตว์ป่าและพืชป่า
อ่านข่าว จับคาปั๊ม หนุ่มอินเดีย ค้าเสือดาว อ้างไปซื้อจากสวนสัตว์ไม่ไกลกรุงเทพ
อ่านข่าว รวบ6อินเดียคาสนามบิน ซุกลูกสัตว์ป่าหายากในกระเป๋า เตรียมบินออกไทย
อ่านข่าว อินเดียจับชาย “ลอบขนสัตว์ป่า” จากไทย ผงะมีงูเขียวหางไหม้-งูไวเปอร์หางแมงมุม


