ภาพในใจไม่เลือน กว่า50ปี กับวันเฝ้ารับเสด็จ พระพันปีหลวง ความทรงจำวัย 8 ขวบของ ‘ป้าตุ๊กตา’ ผู้เก็บภาพถ่าย และรักษาความปลื้มปีติ ความจงรักภักดีไว้ไม่เสื่อมคลาย

วันที่ 30 ต.ค.2568 ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ นางสาวจตุรพร กุลบุญ หรือที่ชาวตรังรู้จักกันในชื่อ “ป้าตุ๊กตา” อายุ 63 ปี ชาวจังหวัดตรัง ซึ่งเปิดใจเล่าความทรงจำ พร้อมภาพถ่ายอันล้ำค่าเมื่อครั้งเยาว์วัย ที่ได้มีโอกาส รับเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่ออายุเพียง 8 ขวบ พร้อมเผยความซาบซึ้งในพระเมตตาและความจงรักภักดีที่สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ป้าตุ๊กตาเล่าย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2513 ขณะนั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เสด็จพร้อมด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มายังท่าอากาศยานจังหวัดตรัง เพื่อเสด็จต่อไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันวิสาขบูชา ณ วัดแก้วโกรวาราม จังหวัดกระบี่

ภาพในใจไม่เลือน กว่า50ปี กับวันเฝ้ารับเสด็จ พระพันปีหลวง ความทรงจำวัย 8 ขวบของ 'ป้าตุ๊กตา'

ภาพในใจไม่เลือน กว่า50ปี กับวันเฝ้ารับเสด็จ พระพันปีหลวง ความทรงจำวัย 8 ขวบของ ‘ป้าตุ๊กตา’

“วันนั้นบรรยากาศเต็มไปด้วยความปลื้มปีติ ผู้คนแน่นขนัดทั่วสนามบิน ทั้งข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนชาวตรังมารอรับเสด็จกันอย่างพร้อมเพรียง” ป้าตุ๊กตาเล่าด้วยรอยยิ้ม “คุณแม่ซึ่งเป็นครูใหญ่โรงเรียนนาตาล่วง ได้พาดิฉันไปด้วย ท่านให้แต่งชุดขาว รองเท้าคัตชูสีขาว ดิฉันเตรียมตัวตั้งแต่คืนก่อน ตื่นเต้นจนแทบนอนไม่หลับ”

เมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เสด็จผ่านหน้าขบวน ป้าตุ๊กตาในวัย 8 ขวบยืนอยู่แถวหน้าเคียงข้างมารดา “พระองค์ทรงหยุดและหันมาทรงยิ้มให้ แต่ดิฉันก้มหน้า เพราะคุณพ่อเคยเล่าว่าสมัยก่อนเขาไม่ให้มองพระพักตร์ กลัวจะผิดมารยาท จึงก้มมองแต่รองพระบาท จนคุณแม่พูดว่า ‘ตุ๊กตาเงยหน้าได้แล้ว พระองค์ท่านทรงยิ้มให้ลูกนะ’ ตอนนั้นดีใจมากจนตัวสั่น ชาทั้งตัวเลยค่ะ”

เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “พระสิริโฉมของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ งดงามเหนือคำบรรยาย นวลผ่องเหมือนพระจันทร์ที่ลอยลงมาเลยค่ะ” หลังจากวันนั้น คุณครูที่โรงเรียนยังให้เธอออกมาเล่าประสบการณ์ให้เพื่อน ๆ ฟัง “เล่าอย่างภูมิใจมากค่ะ แต่ไม่ได้บอกเพื่อนว่าจริง ๆ แล้วมองหน้าได้แค่แป๊บเดียว เพราะกลัวจนก้มมองแต่รองพระบาท”

เมื่อพูดถึงวันที่ทราบข่าวการเสด็จสวรรคต ป้าตุ๊กตากล่าวทั้งน้ำตาว่า “พอได้ยินข่าว น้ำตาไหลเองโดยไม่รู้ตัว มันอธิบายไม่ถูก ทั้งโหยหา เสียดาย และอาลัยจับใจ” พร้อมเล่าต่อว่า เคยมีโอกาสเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ อีกครั้งหนึ่งในงานประชุมกาชาดที่จังหวัดชลบุรี แม้ไม่มีภาพถ่ายไว้ แต่ความปลื้มปีติยังคงชัดเจนในใจไม่เคยลืม รวมถึงการได้ร่วมรับเสด็จอีกหลายครั้ง เช่น ที่ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส ในฐานะสมาชิกเหล่ากาชาด

ต่อมา ป้าตุ๊กตาได้ทำงานร่วมกับ สภากาชาดไทย เริ่มจากการเป็นสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดตรัง หลังเหตุการณ์สึนามิปี 2547 เธอได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าหน้าที่ประสานงานระหว่างเหล่ากาชาดกับ สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) ตั้งแต่ปี 2548 ถึง 2554 และยังคงทำงานจิตอาสาต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

“ดิฉันถือว่าการได้ทำงานกับสภากาชาดไทยคือการได้เป็นสะพานบุญ แม้จะเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ แต่ก็อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้สังคมดีขึ้น” เธอกล่าวทิ้งท้าย

ในโอกาสนี้ ป้าตุ๊กตายังได้นำของสะสมเกี่ยวกับพระพันปีหลวงมาให้ชม อาทิ ภาพถ่าย เหรียญที่ระลึก แสตมป์ และธนบัตร ซึ่งเก็บรักษาไว้อย่างดีมานานหลายสิบปี พร้อมเผยแพร่เพื่อแบ่งปันความทรงจำอันทรงคุณค่านี้สู่สาธารณะ

ก่อนจบการสนทนา เธอขอถวายบทร้อยกรองที่แต่งขึ้นด้วยหัวใจแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีหลวง “ดอกไม้งามประจำชาติ ร่วงลงแล้ว…ดอกไม้แก้วประจำใจ ไกลสุดหล้า…ดอกไม้แห่งความดี ไปไกลตา…ยามจากลาแสนอาลัย ใจอาวรณ์” “ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า นางสาวจตุรพร กุลบุญ (ตุ๊กตารอยทราย)”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน