ครอบครัวเหยื่อ แฉด้านมืด “ลาว” รัฐบาลเพิกเฉย หลังสาวออสซี่ดื่มเหล้าเถื่อนดับ ล่าสุด สองพ่อ-ลูกถูกแตนยักษ์ต่อยดับสลด หวั่นเรื่องความปลอดภัย

เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า ท่ามกลางกระแสความวิตกกังวลถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทั่วโลก หลังเกิดเหตุสลดหลายครั้งที่ ‘ลาว’ ประเทศที่กำลังเป็นจุดหมายท่องเที่ยวยอดนิยมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยครอบครัวเหยื่อออกมาแฉ “ด้านมืด” ที่ซ่อนอยู่ของประเทศนี้ หลังลูกสาวชาวออสเตรเลียเสียชีวิตหลังดื่มเหล้าเถื่อนในประเทศ

ล่าสุด ครอบครัวเหยื่อสองสาวชาวออสเตรเลีย 2 คนที่เสียชีวิตระหว่างท่องเที่ยวในเมืองวังเวียง ประเทศลาวเมื่อปีที่แล้ว หลังดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปนเปื้อนเมทานอล ได้ออกมาเตือนนักท่องเที่ยวไม่ให้เดินทางไปลาวอีก

โดยพ่อแม่เหยื่อได้ออกมาเผยกับสื่อท้องถิ่นกล่าวหาว่ารัฐบาลลาว “ทุจริตและไร้ความรับผิดชอบ” โดยไม่ดำเนินการสืบสวนคดีอย่างจริงจัง พร้อมวอนชาวออสเตรเลียลบประเทศนี้ออกจากลิสต์ท่องเที่ยว ชีวิตของคุณไม่มีค่าอะไรที่นั่น เราเห็นมากับตา รวมถึงครอบครัวอื่นที่เจอชะตากรรมเดียวกัน

“เรารู้แล้วว่ารัฐบาลลาวนั้นทั้งคอร์รัปชันและไม่ให้ความร่วมมือ ไม่มีหลักฐานใดแสดงให้เห็นว่ามีการสอบสวนเกิดขึ้นเลย” การค้นหาความจริงของครอบครัวเหยื่อยืดเยื้อมานานกว่าหนึ่งปี โดยไม่ได้รับการติดต่อใดๆ จากรัฐบาลลาวเลย

ภาพประกอบ

คำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากเหตุสลดที่ลาวเช่นเดียวกัน เมื่อคุณพ่อชาวสหรัฐฯ วัย 47 ปี และลูกชายวัย 15 ปี ทั้งคู่ถูกฝูงแตนยักษ์เอเชียรุมต่อยกว่า 100 ครั้ง ระหว่างทำกิจกรรมซิปไลน์ที่สวนอุทยานธรรมชาติ ใกล้เมืองหลวงพระบาง ริมแม่น้ำโขง ก่อนเสียชีวิต เมื่อกลางเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา

ปัจจุบัน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จัดให้ลาวอยู่ในระดับเตือนภัยการเดินทางระดับ 2 (Exercise Increased Caution) หรือ “ควรเพิ่มความระมัดระวัง” โดยระบุถึงความเสี่ยงจากความไม่สงบในบางพื้นที่ รวมถึงระเบิดเก่ายุคสงครามเวียดนามที่ยังตกค้างอยู่ตามแนวชายแดนตะวันออก

ทั้งนี้ ตามสถิติทางการ เผยว่า ประเทศลาวซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเวียดนามและไทย มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 1.3 ล้านคนในปี 2022 เป็น 3.4 ล้านคนในปี 2023 ใกล้แตะระดับก่อนโควิดที่ 4.8 ล้านคนในปี 2019

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน