หญิงวัย 38 ปีชอบกินผลไม้ ตรวจพบมะเร็งระยะที่ 2 แพทย์เตือน บริโภคคาร์โบไฮเดรต-ผลไม้ 5 ชนิด เสี่ยงมะเร็งเพิ่มขึ้นถึง 67%
จากสถิติการเสียชีวิตของกระทรวงสาธารณสุขและข้อมูลทะเบียนมะเร็งของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ระบุว่า ในแต่ละปีมีสตรีมากกว่าหมื่นคนป่วยเป็นมะเร็งเต้านม และมีผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวมากกว่า 2,000 ราย แม้แต่บุคคลมีชื่อเสียงอย่างนักร้องชาวไต้หวัน จู๋ลี่จิ้งก็เสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมเช่นกัน
นพ.เฉิน หรงเจียน ศัลยแพทย์เฉพาะทาง เปิดเผยว่า เคยรักษาผู้ป่วยหญิงวัย 38 ปีรายหนึ่ง ซึ่งมาพบแพทย์หลังคลำพบก้อนแข็งที่เต้านม เมื่อตรวจอย่างละเอียดพบว่าเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 2 ทั้งที่ผู้ป่วยรายนี้ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง ทั้งไม่มีประวัติครอบครัว ไม่มีการสัมผัสรังสีอันตราย และเคยตั้งครรภ์มาก่อน อย่างไรก็ตาม เมื่อซักประวัติอย่างละเอียดจึงพบสาเหตุสำคัญอยู่ที่พฤติกรรมการรับประทานอาหาร โดยผู้ป่วยนิยมกินผลไม้จำนวนมากเพื่อบำรุงสุขภาพ

งานวิจัยชี้ ผู้ที่บริโภคคาร์โบไฮเดรตสูง เสี่ยงมะเร็งเต้านมเพิ่ม 67%
นพ.เฉินอธิบายว่า ผู้ป่วยรายนี้มีการบริโภคคาร์โบไฮเดรตในปริมาณสูง แม้จะไม่ค่อยกินขนมหวานหรือของหวานแปรรูป แต่กลับรับประทานผลไม้จำนวนมากแทน โดยคนจำนวนไม่น้อยมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า อาหารที่มีรสหวานเท่านั้นจึงจะมีคาร์โบไฮเดรต ทั้งที่ความจริงแล้ว ข้าว เส้นก๋วยเตี๋ยว แป้งขัดขาว รวมถึงผลไม้บางชนิด ก็มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูงเช่นกัน
แพทย์ยกตัวอย่างผลไม้ที่มีคาร์โบไฮเดรตค่อนข้างสูง ได้แก่
- แตงโม
- มะม่วง
- ลิ้นจี่
- ลำไย
- สับปะรด
พร้อมเน้นย้ำว่า “ไม่ใช่ว่าผลไม้เหล่านี้ห้ามรับประทาน แต่ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม หรือจำกัดปริมาณให้น้อยลง”

ปัจจุบันมีงานวิจัยจำนวนมากชี้ว่า การบริโภคน้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป สามารถกระตุ้นการอักเสบในร่างกาย ส่งผลให้ความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านม มะเร็งตับอ่อน และมะเร็งลำไส้ใหญ่เพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งยังมีการศึกษาที่พบว่า ผู้ที่นิยมบริโภคคาร์โบไฮเดรตในปริมาณมาก มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมสูงกว่าคนทั่วไปถึง 67%
โภชนาการไม่สมดุล เพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง
นพ.เฉินกล่าวว่า “มะเร็งเกิดจากเซลล์ของร่างกายเราเอง” ในกระบวนการสร้างเซลล์ใหม่ ร่างกายจำเป็นต้องมีสภาพแวดล้อมและวัตถุดิบที่เหมาะสม หากบริโภคคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป จะกระตุ้นการอักเสบทั่วร่างกาย และหากขาดโปรตีนร่วมด้วย เมื่อโภชนาการไม่สมดุล เซลล์ใหม่ที่เกิดขึ้นอาจผิดปกติ และพัฒนาไปเป็นเซลล์มะเร็งได้
แพทย์ย้ำว่า การรับประทานอาหารที่ด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไปล้วนส่งผลเสียต่อสุขภาพ และเคยพบผู้ป่วยที่รับประทานอาหารเสริมมากเกินความจำเป็นจนเกิดโรคอื่นตามมา ดังนั้น หากต้องการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว ควรยึดหลักการรับประทานอาหารให้หลากหลายและสมดุล มีคุณภาพการนอนหลับที่ดี ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จัดการความเครียด และหลีกเลี่ยงภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน