หญิงวัย 56 ปี พบก้อนนูนขนาด 4 ซม. ที่แก้มซ้าย สุดท้ายกลายเป็น มะเร็งต่อมน้ำลายพาโรติด ชนิดหายาก ไม่มีสาเหตุการเกิดที่ชัดเจน หากเนื้องอกลุกลามอันตรายถึงชีวิต

นางเฉิน อายุ 56 ปี เมื่อสองปีก่อนสังเกตพบก้อนนูนบริเวณแก้มซ้าย ขนาดประมาณ 4 เซนติเมตร หลังเข้ารับการตรวจวินิจฉัย แพทย์ยืนยันว่าเป็น “มะเร็งต่อมน้ำลายพาโรติด” ระยะที่ 2 แพทย์ระบุว่า มะเร็งชนิดนี้ยังไม่มีสาเหตุการเกิดที่ชัดเจน จากข้อมูลทะเบียนมะเร็งของไต้หวัน จัดเป็นเนื้องอกร้ายบริเวณศีรษะและลำคอที่พบค่อนข้างน้อย โดยมีอัตราการเกิดประมาณ 0.5 – 1 คนต่อประชากร 100,000 คนต่อปี

นพ.ไช่ โหย่วเหริน แพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก โรงพยาบาลไทเปจื้อจี้ อธิบายว่า ต่อมน้ำลายพาโรติดเป็นต่อมน้ำลายขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บริเวณใต้ใบหูทั้งสองข้าง ทำหน้าที่ผลิตน้ำลาย ช่วยในการย่อยอาหารและรักษาความชุ่มชื้นในช่องปาก เมื่อเนื้อเยื่อต่อมน้ำลายเกิดการเจริญผิดปกติ อาจก่อให้เกิดเนื้องอก

Salivary Gland Cancer)

โดยทางคลินิกพบว่าประมาณ 80% ของเนื้องอกต่อมน้ำลายพาโรติดเป็นชนิดไม่ร้ายแรง แต่อีกประมาณ 20% เป็นเนื้องอกร้าย หรือมะเร็งต่อมน้ำลายพาโรติด ซึ่งทั้งชนิดไม่ร้ายและร้ายมักแสดงอาการหลักคือการเปลี่ยนแปลงของรูปลักษณ์ภายนอก โดยไม่ค่อยมีอาการปวดหรือความผิดปกติด้านการทำงานอย่างชัดเจน จำเป็นต้องอาศัยการตรวจเพิ่มเติมเพื่อแยกความแตกต่าง

นพ.ไช่ โหย่วเหริน กล่าวเพิ่มเติมว่า มะเร็งต่อมน้ำลายพาโรติดเป็นเนื้องอกร้ายบริเวณศีรษะและลำคอที่พบไม่บ่อย และยังไม่มีสาเหตุแน่ชัด โดยชนิดทางพยาธิวิทยาที่พบได้บ่อยที่สุดคือมะเร็งชนิดมิวโคอิพิเดอร์มอยด์ ส่วนมะเร็งชนิดอะซินิกเซลล์พบได้น้อยกว่า

หากเนื้องอกลุกลามไปยังเนื้อเยื่อรอบข้างหรือเกิดการแพร่กระจาย อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ นอกจากนี้ แม้ผลพยาธิวิทยาจะระบุว่าเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง แต่หากก้อนเนื้องอกค่อย ๆ โตขึ้น ก็อาจกดทับเส้นประสาท ทำให้เกิดภาวะใบหน้าเบี้ยวหรืออัมพาตใบหน้าได้ จึงควรได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ผู้ป่วยรายนี้ได้รับการผ่าตัดเอาต่อมน้ำลายพาโรติดและก้อนเนื้องอกออก พร้อมซ่อมแซมด้วยการใช้แผ่นผิวหนังหมุนจากบริเวณลำคอ นพ.ไช่ ระบุว่า ผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำลายพาโรติดในระยะเริ่มต้นมีอัตราการรอดชีวิต 5 ปีประมาณ 70 – 90% และการซ่อมแซมด้วยแผ่นผิวหนังแบบหมุน

ไม่เพียงช่วยให้รูปลักษณ์ภายนอกหลังผ่าตัดไม่เปลี่ยนแปลงมาก แต่ชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังที่เกิดขึ้นยังช่วยลดปัญหาเหงื่อออกบริเวณใบหน้ามากผิดปกติขณะเคี้ยวอาหารได้อย่างชัดเจน แพทย์เตือนว่า หากพบก้อนผิดปกติบริเวณแก้มทั้งสองข้าง ควรรีบไปพบแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก เพื่อรับการวินิจฉัยอย่างถูกต้องโดยเร็ว เพื่อหลีกเลี่ยงการพลาดช่วงเวลาที่เหมาะสมในการรักษา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน