หญิงไต้หวันท้องอืดรุนแรง แม้งดอาหาร 12 ชม. ส่องกล้องพบกระเพาะเต็มไปด้วยเศษอาหาร แพทย์เตือน ภาวะกระเพาะทำงานผิดปกติ เหตุปากกาลดน้ำหนัก
หญิงวัย 54 ปี รูปร่างค่อนข้างอวบ เข้ารับการรักษาเนื่องจากมีอาการท้องอืดรุนแรงบริเวณลิ้นปี่ เจ็บปวดอย่างมาก นพ. สวี่ ปิ่งอี้จัดการตรวจส่องกล้องกระเพาะอาหาร และพบภาพที่น่าตกใจ แม้ผู้ป่วยจะงดอาหารมาแล้วถึง 12 ชั่วโมง แต่ภายในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้นกลับยังมีเศษอาหารค้างอยู่จำนวนมาก
เมื่อตรวจสอบประวัติเพิ่มเติมจึงพบว่าสาเหตุเกิดจาก “ยาฉีดควบคุมความหิว” หรือปากกาลดน้ำหนัก แพทย์เตือนว่านี่เป็นภาวะแทรกซ้อนจากยา ซึ่งอาจทำให้เกิดการค้างของอาหารในกระเพาะอย่างรุนแรง

นพ.สวี่ ปิ่งอี้ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลอันหนาน เปิดเผยกรณีดังกล่าวผ่านเพจส่วนตัว โดยระบุว่าผู้ป่วยรายนี้เริ่มฉีดยาลดน้ำหนักมาได้ประมาณ 2 เดือนเศษ รวมทั้งหมด 3 ครั้ง หลังฉีดครั้งที่ 2 ไม่นาน เริ่มมีอาการท้องอืดบริเวณลิ้นปี่อย่างชัดเจน
ที่น่ากังวลคือ แม้จะหยุดยาไปแล้ว 3 สัปดาห์ อาการท้องอืดยังไม่ดีขึ้น ผลการส่องกล้องยืนยันว่า ผู้ป่วยเกิดภาวะ “กระเพาะอัมพาต” หรือ ภาวะกระเพาะอาหารทำงานผิดปกติ (Gastroparesis) ทำให้อาหารค้างและไม่สามารถย่อยได้ตามปกติ
นพ.สวี่ ปิ่งอี้ อธิบายว่า ยาฉีดควบคุมความหิว ปากกาลดน้ำหนัก หรือลูกอมลดน้ำหนัก มีส่วนผสมของ semaglutide และ liraglutide ออกฤทธิ์โดยการชะลอการระบายอาหารออกจากกระเพาะ ทำให้อาหารค้างอยู่ในกระเพาะนานขึ้น ลดความหิว และช่วยควบคุมน้ำหนัก ลดไขมันในช่องท้อง รวมถึงควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

อย่างไรก็ตาม หากใช้ในขนาดที่สูงเกินไป หรือเพิ่มขนาดยาเร็วเกินควร อาจทำให้เกิดภาวะกระเพาะอัมพาตได้ โดยอัตราการเกิดภาวะรุนแรงพบไม่บ่อย ประมาณ 1 ใน 1,000 ราย แต่ก็ไม่ควรมองข้าม เพื่อหลีกเลี่ยงการเสริมความงามจนกลับทำร้ายสุขภาพ นพ.สวี่ ปิ่งอี้ ได้ให้คำแนะนำ 4 ประการ ดังนี้
- ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ยานี้ต้องได้รับการสั่งจ่ายจากแพทย์ ห้ามซื้อหรือฉีดใช้เองโดยเด็ดขาด
- ปรับขนาดยาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรเพิ่มขนาดยารวดเร็วเกินไป
- สังเกตสัญญาณอันตราย หากมีอาการท้องอืดหรือปวดลิ้นปี่รุนแรง อาจเป็นสัญญาณของภาวะกระเพาะอัมพาต ตับอ่อนอักเสบ หรือถุงน้ำดีอักเสบ ควรหยุดยาและรีบพบแพทย์ทันที
- ป้องกันภาวะมวลกล้ามเนื้อลดลง ระหว่างการรักษาควรเพิ่มการรับประทานโปรตีน และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ นพ.สวี่ ปิ่งอี้ ยังเตือนเป็นพิเศษว่า เนื่องจากยาลดน้ำหนักชนิดนี้ทำให้อาหารค้างอยู่ในกระเพาะ หากผู้ป่วยมีแผนเข้ารับการผ่าตัด ต้องแจ้งวิสัญญีแพทย์ล่วงหน้าว่า เคยฉีดยาลดน้ำหนัก และควรหยุดยาก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงระหว่างการวางยาสลบ ที่อาจเกิดการอาเจียนและสำลักอาหารเข้าสู่ปอด จนนำไปสู่ภาวะปอดอักเสบจากการสำลักซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้