ร้านพิซซ่าสหรัฐฯ โดนถล่ม เสิร์ฟ “พิซซ่าเนื้ออิกัวนา” จนเป็นกระแสไวรัล ออเดอร์พุ่งกว่าพันถาด หลังสภาพอากาศหนาวจัด ทำกิ้งก่าตกจากต้นไม้
วันที่ 19 ก.พ. 26 กลายเป็นที่ฮือฮาบนโลกออนไลน์ เมื่อร้านพิซซ่าแห่งหนึ่งในรัฐฟลอริดา สหรัฐฯ เพิ่มเมนูสุดแหวก “พิซซ่าเนื้ออิกัวนา” ลงในรายการอาหาร หลังอากาศหนาวจัด ทำให้อิกัวนาซึ่งเป็นสัตว์เลือดเย็น ช็อกจากความเย็นจนตกจากต้นไม้จำนวนมาก
เจ้าของร้าน แฟรงกี เชเชเร เผยกับสื่อท้องถิ่นว่า ไอเดียทำพิซซ่าเนื้ออิกัวนาเกิดขึ้นหลังเพื่อนเสนอให้นำเนื้ออิกัวนามาลองทำเป็นท็อปปิงพิซซ่า ซึ่งเขาตอบตกลงทันที โดยทางร้านยังโพสต์วิดีโอขั้นตอนทำพิซซ่าลงโซเชียล มีผู้เข้าชมและกดไลก์นับหมื่นครั้ง
ช่วงที่อุณหภูมิในฟลอริดาลดต่ำผิดปกติ อิกัวนาซึ่งเป็นสัตว์เลือดเย็นจะเข้าสู่ภาวะชั่วคราวคล้ายอัมพาตเพื่อประหยัดพลังงาน ส่งผลให้ร่วงหล่นจากต้นไม้ สร้างความฮือฮาไปทั่วรัฐ
แม้จะมีเสียงวิจารณ์จำนวนมาก แต่เจ้าของร้านเผยว่า มีผู้โทรศัพท์เข้ามาสอบถามและสั่งพิซซ่าเนื้ออิกัวนากว่า 1,500 สาย โดยระบุว่า “ดูเหมือนจะเป็นเมนูที่มีคนต้องการสูงมาก”
อย่างไรก็ตาม ทางร้านต้องยุติการขายเมนูดังกล่าว หลังมีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานสาธารณสุข โดยบางรายเข้าใจผิดว่าร้านมีการเลี้ยงอิกัวนาเป็นๆ ภายในร้าน และกังวลเรื่องทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งเจ้าของร้านยืนยันว่าไม่มีการนำสัตว์มีชีวิตมาเก็บไว้

ร้านพิซซ่าสหรัฐฯ โดนถล่ม เสิร์ฟ “พิซซ่าเนื้ออิกัวนา”
กฎหมายยังไม่ชัดเจน แม้อิกัวนาเป็นสัตว์รุกราน
ด้านกฎหมาย เจ้าของร้านระบุว่า โดยทั่วไปประชาชนไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตในการกำจัดอิกัวนา เนื่องจากถูกจัดเป็นสัตว์ต่างถิ่นรุกราน แต่ยังไม่มีข้อกำหนดชัดเจนเกี่ยวกับการนำเนื้ออิกัวนามาประกอบอาหารเชิงพาณิชย์
ก่อนหน้านี้ Florida Fish and Wildlife Conservation Commission (FWC) ได้ผ่อนผันชั่วคราว อนุญาตให้ประชาชนสามารถกำจัดและนำอิกัวนาที่ช็อกจากความเย็นไปกำจัดได้โดยไม่ต้องขอใบอนุญาต
ไม่เพียงร้านพิซซ่าเท่านั้นที่หยิบกระแสนี้มาใช้ ครีเอเตอร์ชาวฟลอริดารายหนึ่งในติ๊กต็อกก็กลายเป็นไวรัล หลังโพสต์คลิปทำและชิม “ทาโก้อิกัวนา” จากอิกัวนาที่ช็อกจากความเย็นเช่นกัน
แม้บางฝ่ายมองว่าเป็นการใช้ประโยชน์จากสัตว์ต่างถิ่นรุกรานอย่างสร้างสรรค์ แต่อีกหลายเสียงยังตั้งคำถามด้านจริยธรรม ความปลอดภัยอาหาร และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
กรณี “พิซซ่าเนื้ออิกัวนา” จึงกลายเป็นประเด็นถกเถียงทั้งในมุมธุรกิจอาหาร กระแสโซเชียล และข้อกฎหมายที่ยังไม่ชัดเจนในรัฐฟลอริดา
ขอบคุณที่มา newyork post
เรียบเรียงโดยทีมข่าวสดออนไลน์