ชายวัย 30 ปี เส้นเลือดในตาแตก เลือดคั่งเต็มลูกตา น้ำตาลในเลือดพุ่ง 800 ต้องเข้า ICU แพทย์เตือน 3 กลุ่มอาหารเสี่ยง

พฤติกรรมการใช้ชีวิตสามารถทำลายดวงตาได้จริง จักษุแพทย์ นพ.จง เพ่ยเจิน เปิดเผยกรณีตัวอย่างที่น่าตกใจ ชายวัยกว่า 30 ปี ทำงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี มีพฤติกรรมใช้ชีวิตนอนดึกสลับกลางวันกลางคืน

และรับประทานอาหารทอดกับเครื่องดื่มชานมไข่มุกหรือเครื่องดื่มน้ำตาลสูงเป็นประจำ จนวันหนึ่งเกิดหมดสติในที่ทำงาน เมื่อนำส่งโรงพยาบาลพบระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 800 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ต้องเข้ารักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) อย่างเร่งด่วน

หลังฟื้นตัว ผู้ป่วยพบว่ามีอาการเห็นจุดดำลอยเต็มสายตา เมื่อตรวจโดยจักษุแพทย์ พบว่าเส้นเลือดภายในลูกตาแตก เลือดคั่งเต็มวุ้นตาอย่างรุนแรง

นพ.จงกล่าวในรายการ “Little Universe Big Explosion” ว่า ผู้ป่วยรายนี้ทำงานหนัก เลิกงานดึกเป็นประจำ และเนื่องจากอยู่คนเดียวจึงสั่งอาหารเดลิเวอรีเป็นหลัก เช่น อาหารต้มพะโล้ ของทอด และเครื่องดื่มหวานจัด พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดควบคุมไม่ได้จนหมดสติ และยังส่งผลกระทบต่อการมองเห็นอย่างรุนแรง

แพทย์อธิบายว่า ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรังทำให้เกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมจากเบาหวาน (Diabetic Retinopathy) เกิดการสร้างเส้นเลือดผิดปกติในจอประสาทตา ซึ่งเปราะบางและแตกง่าย แม้ภายหลังจะได้รับการฉีดยารักษาและผ่าตัดแล้ว แต่จอประสาทตาเกิดการอักเสบและเป็นรอยไม่เรียบ ทำให้การมองเห็นไม่สามารถกลับคืนสู่ปกติได้ทั้งหมด

“สิ่งที่เรารับประทานมีผลอย่างมากต่อสุขภาพร่างกายและสายตา” นพ.จงเตือนว่า นอกจากเครื่องดื่มหวานจะเป็นตัวการสำคัญแล้ว ยังมีอาหารอีก 3 กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะเสี่ยงทำลายดวงตา

แพทย์เตือน 3 กลุ่มอาหารทำร้ายสายตา

1. ครีมเทียมและครีมผง (ไขมันทรานส์) กระตุ้นการอักเสบในร่างกาย และเพิ่มระดับไขมันชนิดไม่ดี (LDL) ส่งผลให้เสี่ยงโรคหลอดเลือด นอกจากนี้ งานวิจัยบางส่วนยังชี้ว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคจอประสาทตาเสื่อมบริเวณจุดภาพชัด (Macular Degeneration)

2. ขนมอบและเบเกอรี่ (เนยขาวและอนุมูลอิสระ) มักใช้เนยขาว ซึ่งเป็นไขมันผ่านกระบวนการไฮโดรจีเนชัน ระหว่างการผลิตจะเกิดอนุมูลอิสระ และเมื่อผ่านการอบด้วยความร้อนสูง จะเกิดอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้นอีก ทำให้ร่างกายเกิดภาวะออกซิเดชัน เพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดในดวงตาและโรคจอประสาทตาเสื่อม

3. อาหารร้อนบรรจุในภาชนะพลาสติก (สารพลาสติไซเซอร์) หากบรรจุในถุงหรือภาชนะพลาสติกที่สัมผัสความร้อนสูง อาจทำให้สารพลาสติไซเซอร์ละลายออกมา แพทย์ระบุว่าสารเหล่านี้เป็นสารรบกวนฮอร์โมน (Endocrine Disruptors) นอกจากเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งแล้ว ยังทำให้เกิดโรคหลอดเลือดได้ แม้กระทั่งหลอดดูดหรือแก้วกระดาษที่เคลือบผิวกันน้ำ ก็อาจมีความเสี่ยงจากสารเคลือบดังกล่าวเช่นกัน

นพ.จงสรุปว่า การเลือกรับประทานอาหารอย่างเหมาะสมและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างเคร่งครัด เป็นปัจจัยสำคัญในการปกป้องสายตาและสุขภาพในระยะยาว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน