อิหร่านขู่โลกรอยเตอร์ และ เอพี รายงานวันที่ 12 มี.ค. ถึงความคืบหน้าสถานการณ์ความรุนแรงที่ยังยืดเยื้อในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยอิหร่านข่มขู่ว่าโลกควรเตรียมพร้อมสำหรับราคาน้ำมันที่ 200 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,360 บาท) ต่อบาร์เรล

หลังกองพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (ไออาร์จีซี) ของอิหร่านโจมตีเรือสินค้า 3 ลำในน่านน้ำอ่าวเปอร์เซียเมื่อวันพุธที่ 11 มี.ค. รวมถึง เรือมยุรี นารี เรือบรรทุกสินค้าเทกองสัญชาติไทย

โดยอ้างว่าเรือเหล่านี้ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งห้ามเคลื่อนไหวในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซและทำให้จำนวนเรือสินค้าที่ถูกโจมตีตั้งแต่เริ่มสงครามเพิ่มขึ้นเป็น 14 ลำ อิหร่านแสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนว่าตั้งใจที่จะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

พ.ท.อิบราฮิม ซอลฟากอรี โฆษกกองบัญชาการทหารอิหร่าน ระบุในแถลงการณ์ถึงสหรัฐว่า “เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับราคาน้ำมันที่ 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเพราะราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับความมั่นคงในภูมิภาคซึ่งคุณได้ทำให้ไม่มั่นคงแล้ว”

ภาพประกอบ: แผนที่แสดงช่องแคบฮอร์มุซและอิหร่าน ถ่ายเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2025

อิหร่านขู่โลก – FILE PHOTO: A map showing the Strait of Hormuz and Iran is seen in this illustration taken June 22, 2025. REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

ขณะที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) แนะนำให้ปล่อยน้ำมัน 400 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ทั่วโลกเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและบรรเทาวิกฤตน้ำมันที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่ทศวรรษ 1970

ทั้งยังถือเป็นการแทรกแซงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และได้รับการรับรองอย่างรวดเร็วจากรัฐบาลสหรัฐ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่าการตัดสินใจของไออีเอจะลดราคาน้ำมันลงอย่างมากในช่วงที่สหรัฐยุติภัยคุกคามนี้ต่อประเทศและโลก

นายคริส ไรท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของสหรัฐ กล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์อนุมัติให้ปล่อยน้ำมัน 172 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองปิโตรเลียมทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐตั้งแต่สัปดาห์หน้า ส่วนอัตราการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ของแต่ละประเทศจะแตกต่างกันไปและปริมาณที่ปล่อยออกมานั้นคิดเป็นเพียงเศษเสี้ยวของปริมาณน้ำมันทั้งหมดที่ส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

สหราชอาณาจักรจะเตรียมปล่อยน้ำมันจากคลังสำรอง 13.5 ล้านบาร์เรลซึ่งเพียงพอสำหรับ 120 วัน เยอรมนีจะปล่อยน้ำมันสำรองที่ 19.51 ล้านบาร์เรล ฝรั่งเศส 14.5 ล้านบาร์เรล ญี่ปุ่นเตรียมปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองรัฐและเอกชนรวมกัยราวๆ 80 ล้านบาร์เรล และเกาหลีใต้จะปล่อยน้ำมันที่ประมาณ 22.5 ล้านบาร์เรล

ภาพนี้เผยแพร่โดยกองทัพเรือไทย แสดงให้เห็นเรือบรรทุกสินค้าไทยชื่อ มายุรี นารี ที่ถูกโจมตีและเกิดเพลิงไหม้ในช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันพุธที่ 11 มีนาคม 2569

อิหร่านขู่โลก – This image released by the Royal Thai Navy shows Thai cargo ship, Mayuree Naree, that was struck and set ablaze in the Strait of Hormuz Wednesday, March 11, 2026. (Royal Thai Navy via AP)

ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาน้ำมันซึ่งพุ่งสูงขึ้นเกือบ 120 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 3,824 บาท) ต่อบาร์เรล ก่อนลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 90 ดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 2,868 บาท) ต่อบาร์เรล จากนั้นปรับตัวสูงขึ้นเกือบร้อยละ 5 เมื่อวันพุธท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทาน และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณใดๆ ว่าเรือสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซตามแนวชายฝั่งอิหร่านและเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันประมาณ 1 ใน 5 ของโลกได้อย่างปลอดภัย

โฆษกกองทัพอิหร่านกล่าวว่าช่องแคบฮอร์มุซอยู่ภายใต้การควบคุมของอิหร่านอย่างไม่ต้องสงสัย กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (G7) ซึ่งประกอบด้วยสหรัฐ แคนาดา ญี่ปุ่น อิตาลี สหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศสตกลงที่จะพิจารณาทางเลือกในการจัดเรือคุ้มกันเพื่อให้สามารถเดินเรือได้อย่างอิสระในอ่าวเปอร์เซีย

นายทรัมป์กล่าวว่าเรือควรแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซตามปกติแม้แหล่งข่าวระบุว่าอิหร่านทุ่นระเบิดทางทะเลอย่างน้อย 12 จุดในช่องแคบซึ่งทำให้การปิดล้อมซับซ้อนยิ่งขึ้น

ภาพจากวิดีโอที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 แสดงให้เห็นเรือลำหนึ่งกำลังลุกไหม้ หลังจากเรือบรรทุกระเบิดของอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันสองลำในน่านน้ำอิรัก ทำให้เรือทั้งสองลำลุกไหม้ ตามรายงานจากบริษัทท่าเรือ บริษัทรักษาความปลอดภัยทางทะเล และบริษัทบริหารความเสี่ยง ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน

A ship burns, after Iranian explosive-laden boats appear to have attacked two fuel tankers in Iraqi waters setting them ablaze, according to port, maritime security and risk firms, amid the U.S.-Israeli conflict with Iran, in this screengrab taken from a handout video released March 12, 2026. Media Office of Iraqi Ports/Handout via REUTERS THIS IMAGE HAS BEEN SUPPLIED BY A THIRD PARTY. TPX IMAGES OF THE DAY.

แม้กระทรวงสงครามหรือเดิมกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริการะบุว่าปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดไปแล้วนับตั้งแต่เริ่มสงครามต่อต้านอิหร่าน แต่อิหร่านยังเดินหน้ายิงอิสราเอลและอีกหลายประเทศทั่วตะวันออกกลาง รวมถึงเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง 2 ลำในน่านน้ำอิรักจนเกิดเพลิงไหม้ลุกลาม

ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวเป็นนัยว่ายังไม่พร้อมที่จะยุติสงครามกับอิหร่านระหว่างขึ้นกล่าวปราศรัยในรัฐเคนตักกี นายทรัทมป์ย้ำว่าสหรัฐชนะสงครามแล้ว แต่ไม่ต้องการจะกลับไปที่นั่นทุกๆ สองปี “เราไม่ต้องการถอนตัวก่อนกำหนดใช่ไหม เราต้องทำงานให้เสร็จ” พร้อมเสริมว่ากองทัพสหรัฐได้ทำลายเรือรบของอิหร่านไปแล้ว 58 ลำและราคาน้ำมันจะลดลง

เอบีซีนิวส์รายงานด้วยว่า สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ของสหรัฐ เตือนถึงความเป็นไปได้ที่โดรนของอิหร่านจะโจมตีชายฝั่งภาคตะวันตกของประเทศแม้นายทรัมป์จะกล่าวว่าไม่มีความกังวลในประเด็นที่อิหร่านจะโจมตีดินแดนสหรัฐ

ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังเตือนว่า อิหร่านและกลุ่มติดอาวุธที่เกี่ยวข้องอาจวางแผนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและพลังงานที่เป็นของสหรัฐในอิรัก พร้อมเตือนว่าในอดีตกลุ่มติดอาวุธเหล่านี้เคยโจมตีโรงแรมที่ชาวอเมริกันใช้บริการเป็นประจำด้วย

เจ้าหน้าที่สหรัฐและอิสราเอลกล่าวว่าเป้าหมายในปฏิบัติการทางทหารคือการยุติความสามารถของอิหร่านในการแผ่ขยายแสนยานุภาพออกไปนอกพรมแดนและทำลายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

เปลวไฟลุกโชนจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในดะฮิเยห์ ชานเมืองทางใต้ของเบรุต เมื่อวันพุธที่ 11 มีนาคม 2026

Flames rise from an Israeli airstrike in Dahiyeh, Beirut’s southern suburbs, Wednesday, March 11, 2026. (AP Photo/Hassan Ammar)

ทั้งนี้ นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.2568 มีรายงานผู้เสียชีวิตจำนวนมากทั่วทั้งภูมิภาค รวมถึงประเทศในอ่าวเปอร์เซียซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพและบุคลากรทางทหารของสหรัฐ และเลบานอนซึ่งอิสราเอลระบุว่าเป็นแหล่งซ่องสุมของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กลุ่มติดอาวุธสายสุดโต่งที่อิหร่านสนุบสนุน รายงานจนถึงวันที่ 11 มี.ค.

สื่อของรัฐบาลอิหร่านระบุว่ามีผู้เสียชีวิตในประเทศอย่างน้อย 1,270 ราย รวมถึง 40 รายที่เสียชีวิตเมื่อวันจันทร์ที่ 9 มี.ค. จากการโจมตีของอิสราเอลในพื้นที่อยู่อาศัยในกรุงเตหะราน

นายอามีร์ ซาอีด เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่ามีพลเรือนเสียชีวิตมากกว่า 1,300 รายในสงครามครั้งนี้ กองทัพอิหร่านแถลงว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 104 รายหลังจากเรือดำน้ำของสหรัฐยิงโจมตีและจมเรือรบอิหร่านนอกชายฝั่งศรีลังกาเมื่อวันที่ 4 มี.ค.

ในเลบานอนมีรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการจากการโจมตีของอิสราเอลอย่างน้อย 594 ราย รวมถึงเด็ก 84 ราย ขณะที่อิรักพบผู้เสียชีวิตแล้ว 16 ราย หน่วยบริการรถพยาบาลฉุกเฉินของอิสราเอลรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 12 ราย รวมถึง 9 รายที่ตกเป็นเหยื่อจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่านในเมืองเบต เชเมช ใกล้นครเยรูซาเลม กองทัพอิสราเอลระบุว่าทหาร 2 นายเสียชีวิตในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอนระหว่างปะทะกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

Smoke and flames rise from buildings following an Israeli airstrike in Dahiyeh, Beirut’s southern suburbs, Lebanon, Wednesday, March 11, 2026. (AP Photo/Bilal Hussein)

สหรัฐอเมริการายงานว่ามีทหาร 7 นายเสียชีวิตในปฏิบัติการต่อต้านอิหร่าน สำนักข่าวซานาของรัฐบาลซีเรียระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 4 รายจากเหตุขีปนาวุธของอิหร่านตกใส่อาคารในเมืองซูเวย์ดา ฐานที่มั่นชาวดรูซ ทางตอนใต้ของซีเรีย

กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่าน 6 ราย ซาอุดีอาระเบียพบผู้เสียชีวิต 2 รายจากเหตุขีปนาวุธตกใส่ที่พักอาศัยในเมืองอัล คาร์จ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงริยาด

กระทรวงกิจการภายในของบาห์เรนรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 2 รายจากการโจมตี 2 ครั้งของอิหร่าน โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นที่อาคารพักอาศัยในกรุงมานามา กระทรวงสาธารณสุขคูเวตเปิดเผยว่าพบผู้เสียชีวิต 2 ราย รวมทั้งเด็ก 1 ราย

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่กระทรวงกิจการภายใน 2 ราย และทหารอีก 2 นายเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ด้วย ส่วนโอมาน มีผู้เสียชีวิต 1 รายในเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันเอ็มเคดี วีวายโอเอ็ม เรือจดทะเบียนในหมู่เกาะมาร์แชลล์ ซึ่งถูกเรือไร้คนขับพุ่งชนจนเกิดไฟลุกไหม้ห้องเครื่อง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน