ทำงานมาหลายปี พนักงานออสเตรเลีย ถูกเลิกจ้าง หลังลาป่วยต่อเนื่องสะสม 114 วัน ภายในปีเดียว แจงกระทบคนอื่น ศาลแรงงานชี้บริษัทตัดสินใจชอบธรรม

วันที่ 15 มี.ค. 69 เกิดเป็นประเด็นถกเถียงบนโลกออนไลน์ เมื่อพนักงานบริการบนเรือเฟอร์รี่ในออสเตรเลียต้องสูญเสียงาน หลังลาป่วยสะสมถึง 114 วันภายในระยะเวลา 12 เดือน

โดยคณะกรรมการแรงงานตัดสินสนับสนุนการตัดสินใจของบริษัทนายจ้างที่ระบุว่าเธอไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติจากปัญหาสุขภาพที่เรื้อรัง

รายงานระบุว่า โจดี โดนิส ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าบนเรือเฟอร์รี่ ในนครบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย มาหลายปี ถูกบริษัทขนส่ง Kelsian Group เลิกจ้างในเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา

เอกสารจากศาลแรงงานเผยว่า ในช่วง 12 เดือน เธอลาป่วยรวมถึง 114 วัน ส่งผลให้บริษัทเห็นว่าเธอไม่สามารถทำงานได้อย่างสม่ำเสมอในตำแหน่งที่ต้องให้บริการบนเรือ

ปัญหาสุขภาพของโดนิสเริ่มรุนแรงขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน 2024 หลังเธอถูกวินิจฉัยว่าเป็น ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก (DVT) ซึ่งทำให้เกิดลิ่มเลือดซ้ำ ๆ อาการอักเสบ และความเจ็บปวดเรื้อรัง

แพทย์ได้แนะนำให้เข้ารับการผ่าตัดในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน แต่ขั้นตอนการรักษาต้องล่าช้า เนื่องจากบริษัทประกันปฏิเสธการคุ้มครอง ทำให้เธอต้องเข้าคิวรอผ่าตัดในระบบโรงพยาบาลของรัฐ

ต่อมาในเดือนเมษายน 2025 เธอต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจากภาวะ DVT อีกครั้ง และหยุดงานประมาณหนึ่งสัปดาห์

หลังออกจากโรงพยาบาล โดนิสพยายามกลับมาทำงาน แต่สามารถทำได้เพียง 2 กะการทำงาน ก่อนที่อาการปวดจะทำให้เธอไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ

ต่อมาในเดือนเดียวกัน เธอแจ้งผู้จัดการฝ่ายบุคคลของบริษัทว่า ศัลยแพทย์หลอดเลือดและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเลือดแนะนำให้เธอหยุดงานอย่างน้อย 3 เดือน

ภาพประกอบ

ภาพประกอบ

ฝ่ายโดนิสและสหภาพแรงงานออสเตรเลีย ระบุว่า รายงานชี้ว่าเธอสามารถกลับมาทำงานได้หลังผ่าตัด ขณะที่ Kelsian Group ตีความว่า รายงานแสดงว่าเธอไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่หลักของงานบนเรือได้

บริษัทระบุเพิ่มเติมว่า การให้เธอทำงานแบบลดชั่วโมงทำงานจะกระทบต่อการจัดตารางพนักงาน และทำให้พนักงานคนอื่นต้องทำงานแทน

ล่าสุด สถานการณ์นำไปสู่การเลิกจ้าง โดยบริษัทระบุว่าไม่สามารถปรับตำแหน่งงานให้เหมาะกับข้อจำกัดด้านสุขภาพของเธอได้

แม้โดนิสจะยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการแรงงานแต่สุดท้ายศาลแรงงานมีคำตัดสินเข้าข้างบริษัท โดยให้เหตุผลว่า รายงานแพทย์ยังไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าเธอจะสามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่เต็มรูปแบบได้ในอนาคตอันใกล้

ขอบคุณที่มา newyork post

เรียบเรียงโดยทีมข่าวสดออนไลน์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน