สาววัย 21 ขาบิดงอผิดรูป หลังป่วยเป็นโรคไอกรน ตอนอายุ 13 เจ็บปวดทรมานเรื้อรัง 8 ปี ซ้ำถูกปฏิเสธการรักษา กว่าจะมีแพทย์ยอมช่วย ล่าสุดเตรียมตัดขาทั้งสองข้าง

วันที่ 13 พ.ค. 69 เมแกน ดิกสัน สาวชาวอังกฤษ วัย 21 ปี ตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดตัดขาทั้งสองข้าง หลังต้องเผชิญอาการปวดทรมานเรื้อรังมานานกว่า 8 ปี จากภาวะขาทั้งสองข้างยึดตรงและบิดงอผิดรูป จนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

โดยเมแกนเริ่มป่วยตั้งแต่อายุ 13 ปี หลังติดโรคไอกรนและไข้ต่อมน้ำเหลือง จากนั้นหนึ่งปีต่อมา ขาของเธอเริ่มสูญเสียการทำงานและไม่สามารถเดินได้อีก

เธอเคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค ME หรือกลุ่มอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ก่อนที่อาการจะทรุดหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่สามารถนั่ง พูด หรือแม้แต่มองเห็นได้ตามปกติ แพทย์จึงส่งตัวเข้ารักษาในโรงพยาบาลนานกว่า 1 ปีครึ่ง

ภายหลัง เมแกนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค FND ความผิดปกติของระบบประสาทที่ทำให้สมองส่งและรับสัญญาณกับร่างกายได้ผิดปกติ เธอกลายเป็นอัมพาตตั้งแต่คอลงไป ต้องให้อาหารผ่านสายยาง และมีอาการชักร่วมด้วย

ขณะเดียวกันขาทั้งสองข้างกลับยิ่งผิดรูปหนักขึ้น แม้แต่ตอนอยู่ภายใต้ยาสลบ แพทย์ก็ยังไม่สามารถงอหัวเข่าของเธอได้

หญิงสาวเผยว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอถูกมองว่า “คิดไปเอง” ทั้งที่ต้องทนกับความเจ็บปวดตลอด 24 ชั่วโมง และเมื่อพบศัลยแพทย์หลายราย กลับถูกปฏิเสธการรักษาถึง 5 ครั้ง

เมแกน ดิกสัน สาวชาวอังกฤษ วัย 21 ปี

เมแกน ดิกสัน สาวชาวอังกฤษ วัย 21 ปี

กว่าที่จะมีแพทย์ยอมช่วย อาการก็รุนแรงจนข้อเข่าเสียหายถาวร ไม่สามารถรักษาให้กลับมาเหมือนเดิมได้อีก ทำให้การตัดขากลายเป็น “ทางเลือกสุดท้าย”

ปัจจุบัน เมแกนไม่สามารถเดินได้ ต้องใช้วิธีนั่งลากตัวบนพื้นหรือใช้รถเข็นในการเคลื่อนไหว แม้แต่การขึ้นเตียงหรือเข้าห้องน้ำก็สร้างความเจ็บปวดอย่างหนัก

เธอมีกำหนดเข้ารับการผ่าตัดตัดขาทั้งสองข้างในเดือนสิงหาคมนี้ และกำลังระดมทุนเพื่อซื้อรถเข็นไฟฟ้าและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อช่วยให้กลับมามีอิสระในการใช้ชีวิตอีกครั้ง

เมแกนฝากข้อความถึงผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาสุขภาพว่า หากรู้สึกว่าร่างกายผิดปกติ ควรเชื่อสัญญาณจากร่างกายตัวเองและรีบหาความช่วยเหลือ เพราะการถูกมองข้ามอาการเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ยากเกินแก้ไขเหมือนที่เธอต้องเผชิญในวันนี้

ขอบคุณที่มา newyork post

เรียบเรียงโดยทีมข่าวสดออนไลน์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน